สำหรับสนามบินเบตง จังหวัดนราธิวาส ถือเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีความสวยงามที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่กลางหุบเขา ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สถาปัตยกรรมของอาคารที่งดงาม เพราะบางส่วนถูกออกแบบด้วยไม้ไผ่ สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น เนื่องจากคำว่า เบตง หรือ บือตง เป็นภาษาถิ่นมลายู แปลว่า ไม้ไผ่ ความสวยงามนี้ทำให้สนามบินเบตง กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตง โดยเตรียมเปิดทำการบินพาณิชย์ เดือนเมษายนนี้

ซึ่ง สนามบินเบตง เป็นสนามบินแห่งใหม่ ลำดับที่ 29 ของกรมท่าอากาศยาน ได้เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2559 บนเนื้อที่กว่า 900 ไร่ ตั้งอยู่ในตำบลยะรม ห่างจากอำเภอเบตง เพียง 12 กิโลเมตร รันเวย์มีระยะทาง 1,800 เมตร ลานจอดเครื่องบิน 3 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ สามารถรองรับเครื่องบินขนาด 70-80 ที่นั่ง อาคารที่พักผู้โดยสารเป็นอาคาร 2 ชั้น มีพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ 300 คนต่อชั่วโมง และรองรับผู้โดยสารได้ 300,000 คนต่อปี นอกจากนี้ ยังใช้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ทางอากาศระหว่างประเทศ เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียน

ทั้งนี้ สามารถอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมให้ประชาชนในดินแดนปลายด้ามขวานของไทย ตลอดจนนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว รวมไปถึงกระตุ้นการท่องเที่ยว ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนอำเภอเบตง และจังหวัดชายแดนใต้ ได้เป็นอย่างดี โดย อำเภอเบตงมีความพร้อมด้านแหล่งท่องเที่ยว อากาศ อาหารอร่อย และมีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทะเลหมอกอัยเยอร์เวง สะพานข้ามทะเลสาบฮาลาบาลาล โครงการดอกไม้เมืองหนาว อุโมงค์ปิยมิตร เป็นต้น

โดย สายการบินในไทย น่าจะเริ่มทำการบินในช่วงเดือนเมษายนนี้ ซึ่งมีเส้นทางทัวร์ที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบ ด้วยอำเภอเบตง มีอากาศเย็นตลอดปี และมีวัฒนธรรมทั้งจีน อิสลาม และพุทธ ในขณะที่รัฐเปรัก ของมาเลย์ที่ติดกับเบตง มีวัฒนธรรมด้านฮินดู ที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย ที่เมืองหลวงของรัฐเปรัก จะมีสสวนสนุก ขนาดใหญ่ และสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย
ดังนั้นถ้าหากชาวไทย เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินเบตง ใช้เวลาเที่ยวเบตงประมาณ 3 วัน แล้วเข้าประเทศมาเลเซียไปเที่ยวเปรัก 1-2 คืน สัมผัสวัฒนธรรมในรัฐ เคดะ หรือ ไทรบุรี อีกสัก 2 คืน หรืออาจจะเลยไปที่ปีนัง สัก 1 คืน ก่อนจะกลับเข้าไทย ผ่านด่านสะเดา เพื่อเดินทางเข้าจังหวัดสงขลา บินกลับกรุงเทพฯ ที่สนามบินหาดใหญ่ ก็จะได้ประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่มีสีสัน และสนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง