วันที่ 29 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันลิการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ว่า ในการประชุมป.ป.ช.วันที่ 29 ส.ค.มีวาระการประชุมสำคัญคือ การพิจารณาอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ยกฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปี 2551 ที่จะครบกำหนดการยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ซึ่งที่ประชุมป.ป.ช.ประชุมแล้วมีมติให้ยื่นอุทธรณ์เฉพาะพล.ต.ท.สุชาติแก้ว เหมือนแก้ว อดีตผบช.น. ที่เป็นจำเลยที4 เพียงคนเดียว ส่วนจำเลยที่1-3 ได้แก่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. ที่ประชุมป.ป.ช.มีมติไม่อุทธรณ์ โดยเหตุผลที่ยื่นอุท ธรณ์เฉพาะพล.ต.ท.สุชาติเพียงคนเดียวนั้น ป.ป.ช. มีมติด้วยคะแนนเสียง 8ต่อ0 เนื่องจากเห็นว่า พล.ต.ท.สุชาติมีสถานะเป็นผบ.เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น มีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมเหตุการณ์ชุมนุมโดยตรงทั้งช่วงเช้า กลางวัน เย็นตามแผนกรกฎ ย่อมรับรู้เป็นอย่างดีว่า เหตุการณ์เกิดความรุนแรงและไม่รุนแรงในช่วงใดบ้าง แต่ช่วงที่เกิดความรุนแรงกลับไม่สั่งระงับยับยั้งเหตุการณ์ ไม่มีการแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า ยังใช้วิธีการเดิมแก้ปัญหา จึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

ขณะที่ในส่วนจำเลยที่ 1-3 ป.ป.ช.มีมติด้วยคะแนน7 ต่อ1 ไม่ยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากเห็นว่า ทั้งสามคนเป็นเพียงผู้ให้นโยบาย ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ตลอดทั้งวัน จึงไม่อาจล่วงรู้เหตุการณ์ความรุนแรงได้เหมือนกับผบ.เหตุการณ์ และไม่พบว่า มีเจตนาพิเศษต้องการให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น อีกทั้งจำเลยบางคนอาทิ พล.อ.ชวลิตได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการยื่นใบลาออกจากตำแหน่งนับตั้งแต่เมื่อรู้ว่า เกิดเหตุความรุนแรงขึ้น ทั้งนี้พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช.ได้ร่วมเข้าประชุมในครั้งนี้ด้วย แต่ได้งดออกเสียงในการลงมติเรื่องการยื่นอุทธรณ์ทั้งสองกรณี โดยป.ป.ช.เตรียมจะยื่นเรื่องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ซึ่งถือว่ายังอยู่ในกรอบเวลาที่จะครบกำหนดอุทธรณ์30 วัน ในวันที่ 1ก.ย.