นายชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางมะตอย เพื่อใช้ในงานก่อสร้างและซ่อมบำรุงทาง เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2564 จากเหตุการณ์ช่วงปลายปี 2563 บริษัทได้หยุดซื้อน้ำมันดิบจากประเทศเวเนซูเอลาซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ล่าสุดบริษัทสามารถจัดซื้อน้ำมันดิบชนิดทดแทนได้แล้ว รวมถึงมีแผนที่จะซื้อน้ำมันดิบทดแทนให้ได้เดือนละ 1 ลำเรือ ส่งผลให้การดำเนินงานของบริษัท รวมถึงโรงกลั่นยังเป็นไปตามปกติ โดยในปี 2564 บริษัทตั้งเป้ายอดขายยางมะตอยรวมไม่น้อยกว่า 1.25 ล้านตัน แบ่งเป็นยอดขายในประเทศไม่น้อยกว่า 5 แสนตัน ส่วนที่เหลือเป็นยอดขายต่างประเทศ

สำหรับยอดขายในประเทศ มองว่าจะเป็นอีกปีที่ดีมากของบริษัทจากงบประมาณประจำปี 2564 ที่สูงประกอบกับความต้องการใช้ยางมะตอยในประเทศที่เพิ่มขึ้นในการซ่อมและสร้างถนน เชื่อว่ายอดขายในประเทศในช่วงไตรมาส 1 จนถึงช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ จะอยู่ในระดับที่สูง นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท ไทยสเลอรี่ ซิล จำกัด (TSS) จากสัดส่วนร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 62.50 จะส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มสัดส่วนทางการตลาดของยางมะตอยชนิดพิเศษในประเทศไทยได้

ขณะที่ด้านตลาดต่างประเทศ บริษัทมองว่ายอดขายในหลายประเทศ เช่นประเทศเวียดนามและกัมพูชา ยังอยู่ในระดับที่สูงมากจากความต้องการใช้ยางมะตอยที่สูง รวมถึงการได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ในวงจำกัด

“ปีนี้ยังเป็นปีที่ดีของ TASCO เนื่องจากเรายังมีต้นทุนน้ำมันดิบที่ราคาค่อนข้างถูกที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2563 ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันดิบในปี 2564 จะปรับสูงขึ้นมาก ราคายางมะตอยก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้บริษัทฯ ยังอยู่ในกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนงวดสุดท้าย จากบริษัทประกันภัยจากเหตุเพลิงไหม้ถังเก็บน้ำมันดิบที่โรงกลั่น คาดจะได้รับเงินประกันงวดสุดท้าย ภายในไตรมาสแรกของปี 2564”