กรมชลฯ เดินเครื่องจ้างแรงงานปี 64 เป้าหมาย 94,000 คน คืบหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทานทั้งประเทศ จ้างแล้วเกือบ 10,000 คน คิดเป็น 10% ของแผน เชิญชวนเกษตรกรและผู้สนใจในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการฯ หวังสร้างรายได้ทดแทน และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรและประชาชน

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงความก้าวหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและโรคระบาดไวรัสโควิด 19 ว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินการตามนโยบายการช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงาน ในปีงบประมาณ 2564 เพื่อปฏิบัติงานซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนจากการว่างเว้นการทำการเกษตร โดยในปีนี้ มีแผนจ้างแรงงานวงเงินกว่า 5,662 ล้านบาท สามารถจ้างแรงงานได้ประมาณ 94,000 คน ระยะเวลาการจ้างอยู่ระหว่าง 3-8 เดือน วงเงินจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง 22,000–60,000 บาท/คน ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมกราคม 64) มีการจ้างแรงงานทั่วประเทศไปแล้ว 9,546 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของแผนฯ จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ 1,252 คน จังหวัดยโสธร 945 คน และจังหวัดร้อยเอ็ด 612 คน

ทั้งนี้ ยังเหลือตำแหน่งว่างอีกหลายอัตรากระจายอยู่ตามโครงการชลประทานทั่วประเทศ จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกร และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมหรือทดแทนจากการสูญเสียรายได้ด้านการเกษตร ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาให้แก่เกษตรกรและพี่น้องประชาชนได้พอสมควร เกษตรกรหรือประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อสอบถามหรือสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางสายด่วนกรมชลประทาน หมายเลข 1460 ชลประทานบริการประชาชน