วันที่ 16 ก.พ.2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า จากกรณีธนาคารกรุงไทยแจ้งว่า​ จะอำนวยความสะดวกให้ผู้มีความประสงค์ที่จะลงทะเบียนโครงการ "เราชนะ" แต่ไม่มี Smartphone โดย​เปิดจุดบริการพิเศษ ระหว่างวันที่ 15-25 กุมภาพันธ์ 2564 ผ่านธนาคารกรุงไทย และจุดบริการรวม 871 จุด สำหรับกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน หรือ ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ สามารถลงทะเบียนได้ โดยในหลายจังหวัดได้มีประชาชนแห่ไปใช้บริการจำนวนมาก โดยมีประชาชนที่ไปเข้าคิวรอตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิด ทำให้พื้นที่ให้บริการไม่พอจนล้นออกมาหน้าธนาคารและบริเวณถนน อีกทั้งยังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการบริการของพนักงานที่ไม่สุภาพ ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด แฟนเพจชื่อดังอย่าง "drama-addict" ได้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวของเจ้าหน้าที่กรุงไทยรายหนึ่ง ซึ่งได้ส่งข้อความพร้อมทั้งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่า "เราในฐานะที่เป็นพนักงาน กรุงไทยค่ะ เราแค่อยากเล่าให้แอดฟังนะคะ" ธนาคารกรุงไทยก็เป็นแค่หน่วยงานนึงที่รับนโยบายมาจากรัฐ พวกเราเป็นเพียงพนักงานที่ต้องทำตามคำสั่งค่ะแต่เราอยากให้มองอีกมุมนึง   ตั้งแต่มีนโยบายที่ออกมามากมาย ตั้งแต่ "โครงการชิมช้อปใช้" พวกเราพนักงาน ต้องออกตลาดเพื่อเชิญชวนร้านค้ามาเข้าร่วมโครงการ และตอนนั้นร้านค้าต่างๆ ก็ไม่ได้ให้ความสนใจ ซึ่งพวกเราก็ต้องเชิญชวนร้านค้าให้ครบตามเป้าหมายของรัฐโครงการ เราไม่ทิ้งกัน พนง.ธ.กรุงไทย ต้องลงพื้นที่ไปทบทวนสิทธิให้แก่ประชาชน ซึ่งตอนนั้นโควิดกำลังระบาดหนัก พวกเรากลัวโควิดกันมาก แต่ก็ต้องลงพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์เพื่อทบทวนสิทธิให้กับชาวบ้าน

ทั้งการต้องลงพื้นที่หาร้านคำเข้าร่วมโครงการ ทั้งการยืนยันตัวตนให้กับผู้ที่ได้ลงทะเบียนไปแล้ว ในสถานะการณ์ที่โควิดระบาด ในช่วงที่หน่วยงานอื่นๆ เค้า work from home แต่พวกเราต้องออกมาทำหน้าที่ทุกวัน "จนมาถึงโครงการเราชนะในวันนี้ แอดรู้มั้ยคะว่า สาขานึง จะมี พนง.อยู่แค่ประมาณ 10 คนเองค่ะ บางส่วนต้องถูกแบ่งไปช่วยในจุดบริการที่ตั้งอยู่ในหน่วยงานของรัฐ และพวกเราก็ยังต้องทำงานประจำวันด้วย" การที่ พนง.แค่ 10 คน จะรับมือกับประชาชนเป็นร้อยเป็นพัน มันต้องมีข้อผิดพลาดกันบ้างค่ะ เราเข้าใจค่ะว่า อาจจะมี พนง.บางคนที่อาจจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้จนแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีออกไปบ้าง ทุกวันนี้พวกเราก็กลัวโควิดเหมือนกับคนอื่นๆ นะคะ 

"จากประสบการณ์ที่ได้ลงพื้นที่เป็นผู้พิทักษ์ทบทวนสิทธิให้ประชาชนในโครงการเราไม่ทิ้งกัน เมื่อเราได้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้าน เมื่อเขาได้รับความช่วยเหลือ เรารู้สึกมีความสุขมากค่ะ. ซึ่งก็หวังว่าในครั้งนี้ ทุกคนจะได้บความช่วยเหลืออีกครั้งค่ะ และยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรอยยิ้มในครั้งนี้อีกครั้งค่ะ"