เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2564ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก.พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.บุญฤทธิ์ ศรีวิจิตร รอง ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.สุรชัจ สีมุเทศ ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.วัฒนพล กาญจนเสถียร พ.ต.ท.ธนทร รุ่งจิรพงษ์ รอง ผกก. 4 บก.ปพ. โดยพ.ต.ต.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเข้าจับกุม
นายนิรันทร์ หรือเสี่ยเป็ด จำเรือง อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 324/2557 ลง 24 ต.ค. 57ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สืบเนื่องมาจากนายนิรันทร์ จำเรือง หรือเสี่ยเป็ด ปล่อยเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ในจังหวัดอุดรธานี มีเพื่อนสนิทชื่อนายจักรพรรดิ์ หรือเซียนโจ ผู้ตาย เป็นคนชอบเล่นการพนัน ได้ยืมเงินเสี่ยเป็ดไปจำนวน 7 หลัก ได้ทวงถามเรื่องเงินมาตลอดจนผิดใจกัน ทะเลาะกัน ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 57 เสี่ยเป็ดได้ก่อเหตุใช้ปืนยิงเซียนโจ เสียชีวิตที่ร้านอาหารกลูเกิล ภายในจังหวัดอุดรธานี และได้หลบหนีไปทำงานฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีดัง และเงียบหายไปตั้งแต่ปี 57 เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดจึงได้แกะรอย ติดตามจับกุม จนสืบทราบว่าเสี่ยเป็ดอยู่ประเทศเพื่อนบ้านและกลับมาเป็นครั้งคราว จนมีสถานการณ์โควิค 19 เสี่ยเป็ดได้กลับเข้ามาในประเทศและหลบหนีอยู่ในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดจึงได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนทราบว่าเสี่ยเป็ด หลบหนีอยู่ละแวกนาเกลือ แต่ยังไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหน อย่างไร จากการเฝ้าติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดจนได้ข้อมูลชัดเจนแล้วว่าเสี่ยเป็ดได้หลบหนีอยู่ที่เคหะนาเกลือ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดได้วางกำลังปิดล้อมจับกุมตัวเสี่ยเป็ดได้ควบคุมตัวนำส่งพงส.สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สืบเนื่องมาจากนายนิรันทร์ จำเรือง หรือเสี่ยเป็ด ปล่อยเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ในจังหวัดอุดรธานี มีเพื่อนสนิทชื่อนายจักรพรรดิ์ หรือเซียนโจ ผู้ตาย เป็นคนชอบเล่นการพนัน ได้ยืมเงินเสี่ยเป็ดไปจำนวน 7 หลัก ได้ทวงถามเรื่องเงินมาตลอดจนผิดใจกัน ทะเลาะกัน ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 57 เสี่ยเป็ดได้ก่อเหตุใช้ปืนยิงเซียนโจ เสียชีวิตที่ร้านอาหารกลูเกิล ภายในจังหวัดอุดรธานี และได้หลบหนีไปทำงานฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีดัง และเงียบหายไปตั้งแต่ปี 57 เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดจึงได้แกะรอย ติดตามจับกุม จนสืบทราบว่าเสี่ยเป็ดอยู่ประเทศเพื่อนบ้านและกลับมาเป็นครั้งคราว จนมีสถานการณ์โควิค 19 เสี่ยเป็ดได้กลับเข้ามาในประเทศและหลบหนีอยู่ในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดจึงได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนทราบว่าเสี่ยเป็ด หลบหนีอยู่ละแวกนาเกลือ แต่ยังไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหน อย่างไร จากการเฝ้าติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดจนได้ข้อมูลชัดเจนแล้วว่าเสี่ยเป็ดได้หลบหนีอยู่ที่เคหะนาเกลือ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดได้วางกำลังปิดล้อมจับกุมตัวเสี่ยเป็ดได้ควบคุมตัวนำส่งพงส.สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป