กรมชลประทาน ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนนฤบดินทรจินดา และอ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง ช่วยผลักดันน้ำเค็มรุกแม่น้ำปราจีนบุรี ช่วยเหลือบรรเทาปัญหาให้กับราษฎรในพื้นที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้แม่น้ำปราจีนและแม่น้ำนครนายกมีค่าความเค็มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ไม่สามารถใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรได้ เบื้องต้น กรมชลประทาน ได้วางแนวทางในการเจือจางความเค็ม ด้วยการปรับเพิ่มการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่อยู่ทางตอนบน คือ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา วันละ 1.5 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำพระสะทึง วันละ 0.4 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำพระปรง วันละ 0.1 ล้าน ลบ.ม. รวมปริมาณน้ำที่ระบายลงมาประมาณ 2 ล้าน ลบ.ม./วัน

โดยจะเริ่มระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.-6 ก.พ.64 รวมระยะเวลา 10 วัน พร้อมกับให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางพลวง พิจารณาปรับเพิ่มการรับน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีตามความเหมาะสม เพื่อรักษาระบบนิเวศและควบคุมค่าความเค็มในลุ่มน้ำบางปะกง-แม่น้ำปราจีนบุรี เนื่องจากระยะทางในการระบายน้ำไปยังพื้นที่ มีระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร คาดว่าปริมาณน้ำที่ระบายจากทางตอนบนจะไหลไปถึงพื้นที่ดังกล่าวในอีก 10 วันข้างหน้า จึงสั่งการให้โครงการชลประทานปราจีนบุรี บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันติดตามผลการระบายน้ำ เพื่อผลักดันน้ำเค็มอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแนวทางในการบริหารจัดการน้ำและอาคารชลประทาน เพื่อป้องกันความเค็มไม่ให้รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่การเกษตร ลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุดด้วย เพื่อให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัด เพียงพอใช้ต่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบเวศ รวมทั้งการผลักดันความเค็ม และไม้ผล ไม้ยืนต้น ตลอดฤดูแล้งนี้ไปจนถึงต้นฤดูฝนหน้า