เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายชิดชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14 ชี้แจงกรณีที่มีการร้องเรียนว่า มีการก่อสร้างถังพักน้ำในเขตวัดหูรอ โดยไม่ได้รับอนุญาต งบกว่า 33 ล้านบาท ใช้ประโยชน์ไม่ได้ และติดป้ายการส่งมอบโครงการสถานีสูบน้ำหลอกลวงชาวบ้าน ทั้งที่ยังไม่ได้ถ่ายโอนภารกิจให้กับเทศบาลตำบลนาชะอังว่า กรมชลประทาน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบท่อส่งน้ำคลองหัววัง-พนังตัก ช่วยเหลือประชาชนในเขตตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งเป็นประจำ โดยเมื่อปี 2554 พระมหาชัยศิลป์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดหูรอในขณะนั้น ได้ลงนามในหนังสืออุทิศที่ดินบริเวณที่ใช้ก่อสร้างแนวท่อส่งน้ำ และถังพักน้ำ มอบให้เป็นสาธารณประโยชน์ และได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2556 แต่เจ้าอาวาสวัดหูรอปัจจุบันได้คัดค้านการก่อสร้าง โดยขอให้กลุ่มผู้ใช้น้ำเป็นผู้ทำเรื่องขอเช่าที่ดินของวัดเอง ประกอบกับกรมชลประทาน ได้ขออนุญาตเจ้าอาวาสวัดหูรอ เพื่อดำเนินการก่อสร้างถังพักน้ำจนแล้วเสร็จในปี 2557 แต่กลับพบว่ากลุ่มผู้ใช้น้ำยังไม่ได้ดำเนินการขอเช่าที่ดินของวัด ทำให้ในปี 2559 วัดหูรอได้ดำเนินการฟ้องกรมชลประทาน ในข้อหาละเมิด บุกรุก ขุดดิน ก่อสร้างถังพักน้ำและวางท่อส่งน้ำในที่ดินวัดหูรอ ทำให้วัดเสียหาย ซึ่งศาลจังหวัดชุมพรได้มีคำพิพากษาตัดสินคดี เมื่อวันที่ 29 มี.ค.61 ว่ากรมชลประทานไม่ได้มีเจตนาในการละเมิดบุกรุกที่ดินวัด แต่หนังสืออุทิศที่ดินฉบับดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 จึงสั่งให้กรมชลประทานรื้อย้ายถังพักน้ำ และระบบท่อส่งน้ำบางส่วนออกจากวัด พร้อมถมดินกลบกลับคืนสู่สภาพเดิม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.63 ที่ผ่านมา กรมชลประทานได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยกับทางวัดหูรอที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชุมพร โดยทางวัดหูรอได้ยื่นข้อเสนอไกล่เกลี่ย 3 ข้อ คือ 1.ให้จำเลยนำดินของวัดที่อยู่ในระหว่างดำเนินโครงการฯ กลับมาคืนให้กับวัด 2.ขอให้โครงการฯ ดำเนินการให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง 3.ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้พิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและคำพิพากษาศาลในคดีนี้ โดยไม่กระทบกับวัดหูรอ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันได้พร้อมกับได้ลงบันทึกลายมือชื่อเป็นหลักฐานร่วมกัน คดีจึงเป็นอันตกลงกันได้ โดยวัดหูรอตกลงงดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี หากกรมชลประทานดำเนินการแล้วเสร็จทั้ง 3 ข้อ กรมชลประทานจะเป็นผู้แถลงขอถอนการบังคับคดีต่อไป

ส่วนกรณีที่มีการติดป้ายชื่อโครงการที่ปรากฏข้อความว่า “ได้ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลนาชะอัง ไปบริหารจัดการเพื่อให้ราษฎรได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน” นั้น เป็นรูปแบบข้อความที่กำหนดไว้สำหรับการส่งมอบภารกิจให้กับหน่วยงานท้องถิ่นรับไปดูแล พร้อมระบุวันที่ที่หน่วยงานท้องถิ่นได้รับมอบแล้ว จึงจะถือว่าการส่งมอบ-รับมอบงานเสร็จสมบูรณ์ แต่กรณีนี้ยังไม่มีการระบุวันที่รับมอบ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ากรมชลประทานไม่ได้มีเจตนาติดป้ายโครงการฯ เพื่อหลอกลวงประชาชนแต่อย่างใด หากเทศบาลตำบลนาชะอังตกลงและกำหนดวันที่รับมอบแล้ว ทางโครงการชลประทานชุมพรจะดำเนินการเพิ่มเติมข้อความ “วันที่รับมอบ” ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและถือว่าเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้ โครงการชลประทานชุมพรได้พยายามติดตามการรับมอบโครงการดังกล่าวมาโดยตลอด แต่ทางเทศบาลตำบลนาชะอัง ให้เหตุผลว่าขอให้คดีความที่มีกับวัดหูรอนั้นยุติลงเสียก่อน จึงจะดำเนินการรับมอบได้

อนึ่ง กรมชลประทาน ได้ทำการทดสอบระบบส่งน้ำของโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบท่อส่งน้ำคลองหัววัง-พนังตัก มาโดยตลอด เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยได้เชิญผู้นำชุมชน ตลอดจนสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำฯ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการทดสอบระบบส่งน้ำทุกครั้ง เพื่อยืนยันว่าระบบส่งน้ำสามารถใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง