สุดสะเทือนใจ ลูกสาววัย 50 อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เมาคลั่งจุดไฟเผาบ้านแม่บังเกิดเกล้าและน้องสาววอดเสียหายทั้ง 2 หลัง เหตุไม่ให้เอาศพหลานซึ่งเป็นลูกน้องชายแท้ๆ ที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตผ่านทางเข้า-ออกข้างบ้านไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านแม่ซึ่งอยู่ด้านหลัง แม่สุดทนแจ้ง ตร.จับให้ดำเนินคดีถึงที่สุด น้องชายลั่นอยากให้ขังลืมไม่ต้องออกมาอีกเพราะยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานทำได้กระทั่งแม่บังเกิดเกล้า

เมื่อวันที่17 ม.ค.64 ได้เกิดเหตุสุดสะเทือนใจ กรณีที่นางอัวะ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ชาวบ้านบ้านลำนางรอง ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งดื่มสุรามึนเมาแล้วก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านของนางดี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี แม่บังเกล้าของตัวเอง และน้องสาวคนเล็ก จนวอดเสียหายทั้ง 2 หลัง รวมถึงทรัพย์สินมีค่า เครื่องใช้ไฟฟ้า และเงินสดที่เก็บไว้จัดงานศพหลานก็ถูกไฟเผาวอดจนกลายเป็นเถ้าถ่าน เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยชนวนเหตุเกิดจากที่นางอัวะ ไม่ยอมให้น้องชายนำศพหลานที่เสียชีวิตผ่านข้างบ้านเข้าไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านแม่ ซึ่งอยู่หลังบ้านของนางอัวะ จนเกิดการโต้เถียงกันแล้วก็เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นที่บ้านแม่และน้องสาว

จากการสอบถามนายสุธีร์ ลูกชายคนที่ 5 ซึ่งเป็นน้องชายของนางอัวะ ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ชนวนเหตุเกิดจากกรณีที่นายปริญญา อายุ 25 ปี ลูกชายของตัวเอง ได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทางแม่และคนในครอบครัวก็ตั้งใจว่าจะนำศพออกจากโรงพยาบาล มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านของนางดี ผู้เป็นแม่และเป็นยายของคนตาย แต่พอนางอัวะ พี่สาวคนที่ 2 ได้ยินก็เกิดความไม่พอใจประกอบกับมีอาการมึนเมา ก็เดินเข้ามาต่อว่าตนเอง และยืนกรานว่าไม่ให้เอาศพลูกชาย ผ่านข้างบ้านของพี่สาว ซึ่งเป็นทางเดินเข้า-ออกความกว้างประมาณ 1.5 เมตร ซึ่งปกติทั้งแม่ น้องสาว และหลานๆ ก็ใช้เดินเข้า-ออกเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งตนและพี่สาวก็มีปากเสียงกันอยู่สักพัก จากนั้นได้มีคนมาเรียกให้ตนเอง และแม่ไปพูดคุยกับที่บ้านของ อสม. เรื่องการนำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศล ซึ่งทาง อสม.ก็แนะนำว่าให้เอาศพมาตั้งที่ศาลากลางหมู่บ้านก็ได้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกันในครอบครัว

ซึ่งยังไม่ทันได้ข้อสรุปจู่ๆ ก็ได้กลิ่นไฟไหม้และมีควันไฟมาจากทางบ้านแม่ ตนจึงรีบเดินมาดูก็พบว่าไฟกำลังลุกไหม้บ้านแม่อย่างรุนแรง ตนพยายามจะเข้าไปเอาเอกสารสำคัญ และเงิน 2 หมื่นบาท ที่เก็บไว้จัดงานศพให้ลูกชาย แต่ก็เอาไม่ได้เพราะไฟลุกแรงมาก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดับ ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดับไฟนางอัวะ พี่สาวก็ยังปิดประตูขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟอีก จนสุดท้ายทั้งบ้านแม่ และน้องสาวซึ่งอยู่ติดกันก็ถูกไฟเผาวอดทั้ง 2 หลัง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับพี่สาวให้ถึงที่สุด อยากให้ขังลืมไม่ต้องออกมาเลย เพราะสิ่งที่พี่สาวกระทำยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน ทำได้กระทั่งแม่บังเกิดกล้า และน้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง ส่วนตัวไม่ให้อภัยพี่สาวคนนี้เลยเพราะตนสูญเสียลูกชาย ก็เสียใจมากอยู่แล้ว ยังห้ามไม่ให้เอาศพผ่านข้างบ้านจิตใจทำด้วยอะไร ทำให้แม่ต้องไร้ที่อยู่อาศัยและยังไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาสร้างบ้าน

ด้านนางดี ผู้เป็นแม่ เล่าว่า วันเกิดเหตุตนเองและลูกๆ ก็กำลังพูดคุยหารือกันว่าจะเอาศพของหลานชายที่เสียชีวิตไปตั้งประกอบพิธีที่ไหน ซึ่งตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะเอาไปตั้งทำพิธีที่บ้านของตนเอง แต่นางอัวะ ลูกสาวคนที่สองกลับไม่ยอมให้เอาศพหลานผ่านข้างบ้าน ยังพูดคุยกันไม่ทันเสร็จด้วยซ้ำเห็นควันไฟ จึงรีบวิ่งไปดูพอเห็นไฟไหม้บ้านตัวเองก็ถึงกับช็อกเป็นลมหมดสติ เสียใจมากไม่คิดว่าลูกสาวแท้ๆ จะทำแบบนี้ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกสาวคนดังกล่าวเคยด่าตนเองแบบหยาบคาย ทั้งขู่จะฆ่าจะทำร้าย แต่ตนเองก็ไม่เคยถือสา เพราะเห็นว่าเป็นลูก แต่ครั้งนี้มันสุดทนก็ยืนยันว่าไม่ให้อภัยให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด

ซึ่งขณะนี้นางอัวะ ถูกควบคุมตัวที่ สภ.โนนดินแดง โดยจากการสอบสวนเบื้องต้น นางอัวะ ยังให้การภาคเสธ แต่จากพยานหลักฐานก็ยืนยันตรงกันว่านายอัวะเป็นคนก่อเหตุ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา “วางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่นที่เป็นโรงเรือนที่คนอยู่อาศัย”