ซึ้งน้ำใจญาติผู้ป่วยสมองตายตัดสินใจมอบไตต่อชีวิตให้อีก 2 ชีวิต​ ทีมแพทย์สภากาชาดไทย-นักบินอาสาช่วยบินด่วนรับอวัยวะส่งต่อชีวิตใหม่

เมื่อ 14 มกราคม 2564 นี่คือภาพเหตุการณ์ขณะที่ แพทย์และพยาบาลจาก รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และจากสภากาชาดไทย ได้เร่งเคลื่อนย้ายร่างของนายทรงขวัญ จรประดิษฐ์ อายุ 47 ปี ชาวอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ไปยังห้องผ่าตัดหลังจากที่นางดวงพร จรประดิษฐ์ ภรรยา และ ครอบครัวนายทรงขวัญ ได้ตัดสินใจมอบไตทั้ง 2 ข้างซึ่งเป็นอวัยวะที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ บริจาคให้กับผู้ป่วยที่รอปลูกถ่ายไตได้อีก 2 คนหรือ 2 ชีวิต หลังจากที่นายทรงขวัญอยู่ในสภาวะสมองตายตามการวินิจฉัยทางการแพทย์ เป็นผลสืบเนื่องจากโรคหลอดเลือดในสมองแตก

โดยการปฏิบัติการครั้งนี้แพทย์และพยาบาลจากสภากาชาดไทย ได้รับความช่วยเหลือจากนักบินอาสาที่ไม่ประสงค์ออกนามพร้อมอากาศยานของเอกชนนำทีมแพทย์พยาบาลและสภากาชาด พร้อมอุปกรณ์เก็บรักษาอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายพร้อมเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ได้ส่งผลให้เที่ยวบินในจังหวัดนครศรีธรรมราชลดลงมากกว่า 40 เที่ยวบิน จากเดิมมีกว่า 50 เที่ยวบินต่อวัน ถูกลดลงเหลือประมาณ 10 เที่ยวต่อวันเท่านั้น ทำให้การจัดส่งอวัยวะของผู้บริจาคไปยังผู้ป่วยที่ต้องการปลูกถ่ายมีความเสี่ยงต่อความเสียหายของอวัยวะที่ต้องปลูกถ่ายให้ได้ภายใน 10 ชั่วโมงหลังจากนำออกจากร่างของผู้บริจาค

นายแพทย์ กมล โฆษิตรังสิกุล นายแพทย์ประจำศูนย์ความเป็นเลิศด้านบริจาคและเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชเปิดเผยว่า ปัจจุบัน โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งใน ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ทั้ง กระจกตา หัวใจ ลิ้นหัวใจ ตับ และไต 2 ข้าง เพื่อนำไปเปลี่ยนถ่ายให้ผู้ป่วยที่รอคอยทั้งประเทศที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก อย่าง ผู้ป่วยโรคไตที่ 1 ปี จะมีการปลูกถ่ายไตได้เพียง 400-500 คน ต่อปี แต่มีคิวผู้ป่วยรอคอย ถึง 6,000 – 7,000 คน ทั้งนี้มีคนไทยที่ไตวายต้องทำการล้างไต อยู่กว่า 100,000 คน ดังนั้นการปลูกถ่ายอวัยวะยังทำได้น้อยมาก จึงมีความต้องการในการบริจาคอวัยวะจากผู้มีจิตกุศลจำนวนมาก ซึ่งสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช หรือ ผ่านระบบออนไลน์ของ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย

นางดวงพร จรประดิษฐ์ ภรรยา เปิดเผยว่านายทรงขวัญมีอาการช๊อคฟุบช่วงเช้าหลังจากนั้นนำตัวส่ง รพ.พบว่ามีภาวะเลือดออกในสมองอย่างรุนแรง กระทั่งแพทย์ได้พิจารณาแล้วชี้แจงอาการว่าถ้าผ่าตัดจะเกิดอาการเสี่ยงสูง หากมีชีวิตรอดเท่ากับจะเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอด จึงตัดสินใจกับครอบครัวว่าจะบริจาคอวัยวะที่สามารถใช้ได้บริจาคให้กับสภากาชาดจะเป็นการช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น คนที่รอคอยอวัยวะปลูกถ่ายจะมีชีวิตต่อไปได้ ถือว่าจะเป็นความสุขวันสุดท้ายของนายทรงศักดิ์ได้