หนุ่มใหญ่วัย 45 เที่ยวโรงเบียร์ 90 ศรีราชาช่วงปลายปี เดินทางจากพื้นที่สีแดงมาบ้านเมีย ต.หายโศก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี แต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อกักตัว ทราบข่าวเพื่อนติดโควิด-19 รีบบึ่งรถกลับ เข้าตรวจพบติดโควิด-19 ด้าน ผู้ว่าฯ อุดรธานี รุดลงพื้นที่ เบื้องต้นกักตัว 8 ผู้เสี่ยงสูง ปิดโรงเรียน 3 วัน พ่นยาฆ่าเชื้อบ้าน โรงเรียน ร้านอาหาร

วันที่ 13 มกราคม 2564 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมที่ว่าการ อ.บ้านผือ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ร่วมประชุมตรวจติดตามแนวทางการปฏิบัติ ดูแลควบคุมสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นคนในพื้นที่ จ.ชลบุรี แล้วเดินทางมาบ้านภรรยาที่ ต.หายโศก อ.บ้านผือ โดยมี นายสามารถ หมั่นนอก นายอำเภอบ้านผือ , พ.ต.อ.ชนะเกียรติ วงศ์แสงเทียน ผกก.สภ.บ้านผือ ,นายปัญญารัฐฏน์ จันทร์กอง ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 4 นำผู้เกี่ยวข้องรายงาน และตอบข้อซักถาม

ทั้งนี้จากข้อมูลระบุว่าผู้ติดเชื้อเป็นชายอายุ 45 ปี ทำงานเป็นพนักงานขับรถตู้ในโรงงานแห่งหนึ่ง ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ติดเชื้อจากโรงเบียร์ 90 ศรีราชา ขณะนี้พักรักษาตัวที่ โรงพยาบาลแหลมฉบัง จ.ชลบุรี มีประวัติเดินทางมาบ้านภรรยาที่ ต.หายโศก อ.บ้านผือ จากพื้นที่สีแดงมาอุดรธานีไม่ได้แจ้ง ด้วยรถยนต์ส่วนตัว มากับภรรยาและลูกอายุ 1 ขวบ มาถึงรอบแรก 24 ธ.ค.63 เวลา 18.00 น. พักอยู่ที่บ้านภรรยา 2 วัน , 27 ธ.ค.63 ขับรถส่วนตัวกลับศรีราชาคนเดียว , 29 ธ.ค.63 ไปเที่ยวโรงเบียร์ 90 กับเพื่อน , พักอยู่ที่บ้าน 2 วัน , 1-3 ม.ค.64 อยู่ที่บ้านศรีราชา มีไข้ต่ำกินยาลดไข้
4 ม.ค.64 ขับรถยนต์ส่วนตัวมารับภรรยาและลูก ที่ อ.บ้านผือ ถึงบ้านภรรยา 18.00 น. นอนกับภรรยา ลูกชายนอนกับแม่ยาย , 5-6 ม.ค.65 พักอยู่บ้านภรรยา และไปกินลาบกับครอบครัวภรรยาที่ร้านในพื้นที่ ต.หายโศก , 7 ม.ค.64 ไปกินลาบที่ร้านเดิม กับญาติและเพื่อน ๆ 8 คน จนวันที่ 9 ม.ค.64 เพื่อนที่ศรีราชาโทรมาบอกว่าติดเชื้อโควิด-19 จึงขับรถเดินทางกลับไปศรีราชาลำพัง , 10 ม.ค.64 เข้ารับการตรวจเชื้อโควิด-19 ที่ รพ.แหลมฉบัง พักอยู่ที่ รพ.แหลมฉบัง จนผลการตรวจออก 12 ม.ค.64 ว่าติดเชื้อโควิด-19 จึงเข้ารักษาตัวที่ รพ.แหลมฉบัง
หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าสอบสวนโรค พบว่ากลุ่มเสี่ยงสูงประกอบด้วย ภรรยา ลูก พ่อตา แม่ยาย ญาติพี่น้องภรรยา รวม 8 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 4 คน เป็นเด็ก 2 คน ลูกผู้ติดเชื้ออายุ 1 ขวบ และหลานอายุ 9 ขวบ นำตัวมาตรวจหาเชื้อที่ รพ.บ้านผือ และกักตัวรอดูอาการอยู่ในห้องแยกโรค , ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำได้รับคำแนะนำให้กักตัวเฝ้าดูอาการ ขณะที่โรงเรียนที่หลานวัย 9 ขวบ มีคำสั่งให้หยุดเรียนทั้งโรงเรียน 13-15 ม.ค.64 ซึ่งจะหยุดต่ออีก 2 วันเสาร์-อาทิตย์ พร้อมทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อที่บ้าน โรงเรียน ร้านอาหาร

ต่อมา นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี พร้อมคณะ เดินทางไปติดตามแนวทางปฏิบัติ ให้กำลังใจกับผู้ปฏิบัติและกลุ่มเสี่ยง ที่ รพ.บ้านผือ ดูระบบการแยกกลุ่มเสี่ยงสูง ที่จะแยกอยู่ในห้องแยกโรค ติดตั้งกล้องวงจรปิด โดย นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี ได้พูดคุยทางโทรศัพท์ภายใน กับภรรยาผู้ติดเชื้อ แจ้งถึงขั้นตอนปฏิบัติ แนวทางการกักตัวรอผลตรวจเชื้อ และการต้องกักตัวระวังอีก 14 วัน พร้อมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่มารอผลการตรวจเชื้อ ขณะที่ นพ.ทวีรัตน์ ศรีกุลวงษ์ ผอ.รพ.บ้านผือ เป็นหัวหน้าคุมทีมสอบสวนโรคจากอุดรธานี ไปปฏิบัติหน้าที่ใน จ.สมุทรสาคร

จากนั้นเดินทางไปที่บ้านพักของกลุ่มเสี่ยงสูง พบพูดคุยกับผู้นำท้องถิ่น และ อสม. กำหนดแนวทางการปฏิบัติ ถ้าผลการตรวจเชื้อออกมา จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง และเดินทางต่อไปยังโรงเรียน ขยายโอกาสถึง ม.3 ใน ต.หายโศก ที่หลานชายผู้ติดเชื้อ 1 ใน 8 กลุ่มเสี่ยงสูงเรียนอยู่ชั้น ป.3/2 มีนักเรียน 19 คน ซึ่งมีคำสั่งหยุดเรียนไปแล้วนั้น โดยได้คุยกับผู้บริหาร และครู 21 คน ว่าโรงเรียนหยุดครูจะทำงานหนักขึ้น อยากให้ร่วมกับปกครอง และ อสม. ติดตามนักเรียนลงไปถึงบ้าน ว่าลูกศิษย์อยู่กับใคร มีความปลอดภัยแค่ไหน

นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า มาติดตามแนวทางการปฏิบัติ ดูแลควบคุมสถานการณ์ ซึ่งพื้นที่ทำได้ในขั้นดีอยู่แล้ว มีการค้นหากลุ่มเสี่ยงสูง หรือวงแรกได้ 8 คน นำมาตรวจหาเชื้อทั้งหมด ทั้งหมดรอดูอาการที่โรงพยาบาล วงที่สองก็ไปที่โรงเรียน-ร้านอาหาร ก็ดำเนินการไปแล้ว เมื่อผลการตรวจเชื้อออกมาก็จะดูอีกครั้ง โดยมีการกำชับให้ร่วมกัน ดูเรื่องเด็กนักเรียนที่ปิดการเรียน เด็กจะไปอยู่ที่ไหนมีความเสี่ยงหรือไม่ ให้ครูช่วยติดตามเด็กเพิ่มเติม และเรื่องของความรู้สึกประชาชน.