ไทยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 157 ราย กระจาย 60 จังหวัด ล่าสุด“พิษณุโลก”โดนเจาะไข่แดงแล้ว ขณะที่"กทม."พบผู้ติดเชื้ออายุเพียง 9 เดือน ชี้ถือว่าทรงตัว แต่ขอร่วมกันออกแรงดึงกราฟลง พร้อมเปิดข้อมูลจำแนก “ปัจจัยเสี่ยง” ติดเชื้อระลอกใหม่มากสุดจากตลาด 39.69% หลัง“ค้นหาเชิงรุก” แจงมาตรการที่ออกมาอิงสถิติ ขอคนบ่น“ห้างเปิด-ตลาดปิด”เข้าใจ วอนวัยทำงานโหลด“หมอชนะ”

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 13 ม.ค.64 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ตอนหนึ่ง ว่า สถานการณ์ประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 157 ราย ในจำนวนนี้เป็นการติดเชื้อในประเทศ 132 ราย โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่จากการเฝ้าระวังและระบบริการ 90 ราย ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน 42 ราย อยู่ในสถานกักตัวของรัฐ 4 ราย และมาจากต่างประเทศ คือ เมียนมา 21 ราย ซึ่งตามขอบแนวชายแดนยังไม่น่าไว้วางใจ ต้องช่วยกันสอดส่อง ให้เข้าและออกประเทศตามระบบ ไม่ต้องแอบซ่อน เราเข้าใจทุกคนที่กลับมา รวมถึงในประเทศเองที่ข้อมูลวันนี้มีผู้ติดเชื้ออายุเพียง 9 เดือน ในพื้นที่ กทม. เรายิ่งต้องเฝ้าระวังมากขึ้นเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ทำให้ขณะนี้มียอดผู้ป่วยสะสม 10,991 ราย หายป่วยสะสม 6,943 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 3,981 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยอดสะสมยังคงที่ 67 ราย จะเห็นว่าแนวโน้มกราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้ยังถือว่าทรงตัว ไม่เหมือนวันก่อนที่พุ่งขึ้น จึงขอให้คนไทยทุกคนช่วยกันดึงกราฟลงมา ส่วนสถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 92,006,165 ราย เสียชีวิตสะสม 1,970,030 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีจังหวัดที่มีรายงานผู้ติดเชื้อแล้วทั้งสิ้น 60 จังหวัด ล่าสุด คือ จ.พิษณุโลก โดยจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 50 ราย มีจำนวน 10 จังหวัด มีผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ 11-50 ราย จำนวน 12 จังหวัด มีผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ 1-10 จำนวน 38 จังหวัด และไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อเลย 17 จังหวัด จึงขอให้ 17 จังหวัดนี้ เฝ้าระวังให้ปลอดเชื้อไปตลอด รวมถึงอีก 38 จังหวัดที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อน้อย ขอให้ลดปริมาณลงมา

อย่างไรก็ตาม ใน 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 50 ราย บางจังหวัดอย่าง จ.สมุทรสาคร มีผู้ติดเชื้อเกินกว่า 3,000 ราย และหากนำตัวเลขผู้ป่วยใน 10 จังหวัด มารวมกัน จะพบว่าเป็นปริมาณ 70-80% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดในประเทศ ดังนั้น ถ้าคนในพื้นที่ดังกล่าวรวมพลังกัน ไม่ทำพฤติกรรมเสี่ยง น่าจะช่วยลดตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศลงมาได้จำนวนมาก

ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อจากการระบาดระลอกใหม่ในประเทศตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.63-13 ม.ค.64 มีทั้งสิ้น 6,754 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 3,317 ราย คัดกรองเชิงรุก 3,006 ราย และมาจากต่างประเทศ 396 ราย นอกจากนี้ ยังได้ทำการจำแนกผู้ป่วยตามปัจจัยเสี่ยงระหว่างวันที่ 15 ธ.ค.63-12 ม.ค.64 ตามจำนวนผู้ป่วยที่ทราบประวัติทั้งหมด จำนวน 4,048 ราย พบว่ามากที่สุดคือ การค้นหาเชิงรุก 44.38% , แรงงานต่างด้าว 39.76% , สถานที่ชุมชน ตลาด 39.69% , สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 10.63% , สถานบันเทิง 3.74% , บ่อนการพนัน 2.98% , สัมผัสบุคคลในครอบครัว 1.92% , สนามชนไก่ 1.18% , ร้านอาหาร 0.76% และสถานที่แออัด 0.63%

“การบริหารสถานการณ์ของ ศบค.เราใช้สถานการณ์และสถิติเหล่านี้ในการพิจารณา ที่มีการบ่นกันว่าห้างเปิด ตลาดปิด เราไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แต่เรายึดตามข้อมูล จึงขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย”

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ต้องขอบคุณประชาชนที่ร่วมมือกันดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นหมอชนะ โดยจนถึงวันที่ 12 มกราคม มีการดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 6.79 ล้านเครื่อง มีจำนวนลงทะเบียนไปแล้วกว่า 4.83 ล้านคน แต่เป้าหมายของคือ อยากให้คนวัยทำงานที่มีอยู่ 40 กว่าล้านคนร่วมลงทะเบียน ดูตัวเลขแล้ว ตอนนี้ยังต้องการอีกประมาณสิบเท่า จึงขอให้ช่วยกันดาวน์โหลด

เมื่อถามถึงข้อสังเกตการประเมินความเสี่ยงในแอปพลิเคชั่นหมอชนะ ซึ่งบางคนใส่ข้อมูลความเสี่ยงสูงทุกข้อ แต่เมื่อประเมินออกมาระบุว่าเสี่ยงน้อยถือว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ศบค.ชุดเล็กและหน่วยงานที่รับผิดชอบแอปพลิเคชั่นหมอชนะ รวมถึงกรมควบคุมโรค มาไล่เรียงข้อมูลที่มีความจำเป็นและตัดชุดคำถามให้เหลือเพียงการลงทะเบียน ถ่ายภาพใบหน้าจริง ซึ่งจะปรากฏคิวอาร์โค้ดสีเดียวออกมา ถ้าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีการติดเชื้อหรือเป็นขอบของ 28 จังหวัด ที่มีผู้ติดเชื้อสูงเมื่อใส่ข้อมูลต่างๆ เข้าไปแล้วระบบจะบอกด้วยว่ามีความเสี่ยงแค่ไหน วันนี้มีคนลงทะเบียนรวม 4.8 ล้านคน และยิ่งลงทะเบียนกันมากขึ้นจะมีระบบนิเวศน์ของคนจะเกิดระบบการเตือนและจะบอกข้อมูลเราได้ทันที และเชื่อว่าคงไม่ยุ่งยากในการแปลผล เพื่อให้ประชาชนสะดวกในการใช้งาน