เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม คณะกลไกการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของสภาแห่งรัฐจีนออกประกาศว่า วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ชนิดเชื้อตายของบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติจีน (CNBG) ในเครือซีโนฟาร์ม (Sinopharm)ได้รับอนุมัติโดยสำนักงานบริหารเวชภัณฑ์แห่งชาติจีน (National Medical Products Administration) ให้วางจำหน่วยตามท้องตลาดแบบมีเงื่อนไขได้ ซึ่งวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามข้อกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องขององค์การอนามัยโลก (WHO) และสำนักงานบริหารเวชภัณฑ์แห่งชาติจีน (NMPA) และเตรียมฉีดให้แก่ประชาชนทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในอนาคต

“ผ่อนคลายไม่ได้แม่แต่วินาทีเดียว” ความสำเร็จนี้ได้มาลำบอกยากเข็ญ ซึ่งเป็นการตกผลึกของสติปัญญาและหยาดเหงื่อของบุคคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำนวนมากทั่วประเทศจีน ให้ประโยชน์กับทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน” ซู่ หนานผิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกล่าวว่า ขณะนี้มีแผนการดำเนินการทางเทคนิค 3 แนวทาง และมีวัคซีน 5 ตัวเข้าสู่การทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 แล้ว การวิจัยและพัฒนาวัคซีนของจีนยังคงยึดมั่นหลักการที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวัคซีนที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพและสามารถเข้าถึงได้

วันที่ 30 ธันวาคม สำนักงานบริหารเวชภัณฑ์แห่งชาติจีนอนุมัติให้วัคซีนดังกล่าววางจำหน่วยในตลาดแบบมีเงื่อนไขได้ เฉิน ซื๋อเฟย รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเวชภัณฑ์แห่งชาติจีนกล่าวว่า หลังจากผ่านการพิจารณา ตรวจสอบ ประเมินผล ทดลองและวิเคราะห์ข้อมูลตามกฎหมายและขั้นตอนต่าง ๆ อย่างเข้มงวด วัคซีนให้ผลลัพธ์เชิงบวกมากกว่าผลข้างเคียง ตรงตามข้อกำหนดมาตรฐานเพื่อการวางจำหน่ายตามท้องตลาดที่ได้กำหนดไว้ จากข้อมูลที่วิเคราะห์ระบุว่า วัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 สูงถึงร้อยละ 79.34

เพื่อเป็นการตอบสนองตามความต้องการวัคซีนฯ อย่างเร่งด่วนในสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขตามที่กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของจีนกำหนด สำนักบริหารเวชภัณฑ์แห่งชาติจีนสามารถอนุมัติคำขอขึ้นทะเบียนแบบมีเงื่อนไขได้ และในขณะเดียวกันก็ควบคุมและเร่งรัดให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ดำเนินการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ตามแผนที่กำหนดไว้ให้สำเร็จ รวมทั้งการศึกษาวิจัยวัคซีนตัวอื่น ๆ หลังจากที่ได้วางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว และหลายประเทศทั่วโลกได้นำวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มาใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือจำหน่ายตามท้องตลาดแบบมีเงื่อนไข ซึ่งถือเป็นความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การวิจัยและพัฒนาวัคซีนของมนุษยชาติ

“เตรียมฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” เจิง อี้ซิน รองประธานคณะกรรมการสาธารณสุขและสุขภาพแห่งชาติและหัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของคณะกลไกการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของสภาแห่งรัฐจีนกล่าวว่า ประเทศจีนวางแผนที่จะสร้างกำแพงภูมิคุ้มกันหมู่โดยการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและกลุ่มบุคคลสำคัญเป็นกลุ่มประชากรพื้นฐานในการรับการฉีดวัคซีนก่อน ซึ่งได้ดำเนินการแล้วและกำลังดำเนินการอยู่ และจะทยอยฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูง จากนั้นจึงจะทยอยฉีดให้แก่ประชาชนทั่วไป

“โดยทั่วไปแล้ว คิดว่าจะต้องมีอัตราการได้รับการฉีดวัคซีนสูงถึงร้อยละ 60 ถึง ร้อยละ 70 จึงจะสามารถสร้างภูมิคุ้มแก่ประชาชนได้” เจิง อี้ซิน กล่าวว่า “ในส่วนของวัคซีนที่ประเทศจีนได้อนุมัติไปนั้น มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จึงสนับสนุนให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างแข็งขัน ด้วยการยินยอมอย่างสมัครใจ และได้รับการคัดกรองโรคต้องห้ามก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน”

ตามรายงาน ประเทศจีนได้ดำเนินการผลิตวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จำนวนมากให้เป็นระบบและรับประกันการผลิตอย่างเต็มที่ และมีหลายบริษัททยอยดำเนินการสร้างกำลังผลิต

การวางจำหน่ายวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของจีนเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการเอาชนะโรคระบาดฯให้แก่ทุกประเทศทั่วโลก และเพื่อให้วัคซีนฯกลายเป็นผลิตภัณฑ์สาธารณะระดับที่จะช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ บาห์เรน และอียิปต์ ต่างพิจารณาและอนุมัติให้วัคซีนจากบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติจีน (CNBG) ในเครือซีโนฟาร์ม (Sinopharm) ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องขององค์การอนามัยโลกขึ้นทะเบียนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ