เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.-28 ก.พ. 64 นี้ โดยครม.จำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจในการปฏิบัติงานเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันควบคุมโรค และมาตรการทางสังคมที่เข้มข้น และรวดเร็ว บริหารจัดการตามมาตรการด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นในการกำกับดูแลระบบสาธารณสุขของประเทศ และความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ด้วยการบูรณาการกำลังทั้งพลเรือน ตำรวจ และทหารเข้าร่วมปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว และเพียงพอตาม จึงเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. – 28 ก.พ.2564 (ครั้งที่ 9)

สำหรับภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลกที่ยังมีแนวโน้มรุนแรงในหลายภูมิภาค หลายประเทศในยุโรปกลับมาใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดอีกครั้ง ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังคาดการณ์ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะรุนแรงมากขึ้นในทุกภูมิภาคของโลก สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันโรคโควิด –19 เกิดการระบาดระลอกใหม่ภายในประเทศเป็นวงกว้างและกระจายไปในหลายเขตพื้นที่ทั่วประเทศ พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวันทั้งจากคนไทยและแรงงานต่างด้าว รวมทั้งยังมีการเดินทางของผู้ติดเชื้อ ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ปรากฏอาการของโรค ทำให้มีการแพร่เชื้อโรคออกไปในลักษณะที่เป็นกลุ่มก้อนและอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มในกลุ่มผู้ป่วยหนัก นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้ติดเชื้อบางส่วนปกปิดข้อมูลการเดินทางทำให้ขั้นตอนการสอบสวนโรคเกิดความล่าช้า และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน จนส่งผลให้เกิดเป็นการระบาดระลอกใหม่ขึ้นเป็นวงกว้างทั่วประเทศ