การประชุมสันติภาพครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์เมียนมา หรือการประชุมปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ เพื่อหาหนทางยุติความแตกแยกขัดแย้งภายในประเทศนานหลายทศวรรษ อันเป็นผลมาสู่การสู้รบซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายพันคน และทำให้เมียนมายังตกอยู่ในหล่มความยากจนทุกวันนี้

การประชุมมีขึ้นในกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของประเทศ ซึ่งผู้เข้าร่วมมีกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ 17 กลุ่ม และเจ้าหน้าที่จากกองทัพ ตัวแทนนักการเมือง ตลอดจนผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ หรือยูเอ็นด้วย
นายบัน คี มูน

การประชุมครั้งนี้เป็นความพยายามของนางออง ซาน ซูจี อดีตแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ และประธานที่ปนึกษาแห่งรัฐบาลเมียนมา ที่จะปรับโครงสร้างเมียนมาในฐานะสาธารณรัฐที่เป็นประชาธิปไตย หลังตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารมายายนานหลายทศวรรษ โดยเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้เป็นสะพานเชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่เห็นต่างและแตกแยกกันไปตั้งแต่ได้รับเอกราชจากเจ้าอาณานิคม
นางอองซาน ซูจี

นางซูจี กล่าวต่อที่ประชุมว่า หากไม่สามารถทำให้การปรองดองสำเร็จ และสร้างเอกภาพในชาติได้ก็จะไม่สามารถจัดตั้งสหภาพที่สงบสุข และยั่งยืนได้ เพียงแค่ทุกคนที่นี่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ประเทศของเราก็จะมีสันติสุข และจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค และทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม พลเอกอาวุโสมิน อ่อง ลาย ซึ่งได้เรียกร้องให้กลุ่มชาติพันธุ์ที่ติดอาวุธเข้าร่วมการหยุดยิงที่ลงนามกับรัฐบาลที่มีทหารหนุนหลังตั้งแต่ 8 ปีที่แล้วกล่าวว่า ต้องการยุติสิ่งรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ ซึ่งเขาได้เตือนว่า หากกระบวนการสันติภาพใช้เวลายาวนานกว่าระยะเวลาที่เหมาะสม อาจจะมีการยั่วยุแทรกแซงจากภายนอกมารบกวนกระบวนการได้
พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย