จากการร่วมมือของ Airbnb แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก และกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) สังกัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศและนำเสนอท่องเที่ยวชุมชนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของไทยให้คนทั่วโลกได้รู้จักผ่านแคมเปญ เปิดหมู่บ้านนวัตวิถีไทยสู่ตลาดโลก ต่อยอดแคมเปญนอกเหนือจากเมืองใหญ่ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม ในการช่วยเสริมแกร่งท่องเที่ยวชุมชนและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มเติมให้กับหลายชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ

โดยแคมเปญ เปิดหมู่บ้านนวัตวิถีไทยสู่ตลาดโลก หรือ Meet Thailand’s Villages เป็นแคมเปญที่แสดงให้เห็นถึงวิถีหมู่บ้านในชนบทของไทย วัฒนธรรมในท้องถิ่น และงานฝีมือท้องถิ่นผ่านทาง เอ็กซ์พีเรียนซ์ ออนไลน์ ของ Airbnb ซึ่งมีหมู่บ้านจากทั่วไทยเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น บ้านไหนหนัง จ.กระบี่ หรือ หมู่บ้านไทดำ จ.เลย และอีกหลายชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจำนวนมากที่กำลังร่วมกันแบ่งปันมรดกทางวัฒนธรรมและประเพณีของพวกเขาให้กับผู้คนทั่วโลกผ่านกิจกรรมเอ็กซ์พีเรียนซ์ ออนไลน์ นับตั้งแต่มีการเปิดตัวแคมเปญนี้ ผู้จัดเอ็กซ์พีเรียนซ์ชุมชนสามารถสร้างรายได้เสริมมากกว่า 10,000 บาท ต่อเดือน ซึ่งมีผู้คนจากทั่วมุมโลกเข้าร่วมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นประเทศในแถบละตินอเมริกา แอฟริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย รวมถึงคนไทย

ทั้งนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า โครงการนำร่องของแคมเปญเปิดหมู่บ้านนวัตวิถีไทยสู่ตลาดโลกนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีเสียงตอบรับอันดีเยี่ยมจากผู้จัดเอ็กซ์พีเรียนซ์ในท้องถิ่น ที่มีโอกาสต้อนรับผู้มาร่วมกิจกรรมเสมือนจริงจากทั่วโลก และทางกรมการพัฒนาชุมชนกำลังต่อยอดความสำเร็จของแคมเปญนี้ และจะขยายแคมเปญไปยังชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศ

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ

ด้าน นางมิช โกห์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Airbnb กล่าวว่า เอ็กซ์พีเรียนซ์ ออนไลน์ของ Airbnb ทั่วโลกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และเป็นสิ่งที่ Airbnb สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองให้กับผู้คนทั่วโลกที่ต้องถูกจำกัดการเดินทางในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 การได้ทำงานร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชนทำให้ห็น ว่าเอ็กซ์พีเรียนซ์ ออนไลน์สามารถสร้างประโยชน์ต่อชุมชนในท้องถิ่นได้ สามารถเชื่อมโยงผู้จัดเอ็กซ์พีเรียนซ์ชาวไทยกับผู้คนจากทั่วโลก และทำให้พวกเขาเหล่านั้นได้ค้นพบวัฒนธรรมและประเพณีของคนไทยในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้จัดเอ็กซ์พีเรียนซ์มีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในช่วงเวลาเช่นนี้

ส่วนหนึ่งของการต่อยอดแคมเปญดังกล่าว Airbnb ได้จัดการฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมการพัฒนาชุมชนจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศในงาน OTOP City 2020 เพื่อเสริมสร้างทักษะทางด้านดิจิทัล ที่มีความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมให้กับตัวแทนชุมชนท้องถิ่นในการนำเอ็กซ์พีเรียนซ์ขึ้นบนแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นทางตัวแทนของ Airbnb จะร่วมแบ่งปันข้อมูลเอ็กซ์พีเรียนซ์ออนไลน์ในการช่วยส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชนให้กับทางตัวแทนกรมการพัฒนาชุมชน อีกทั้งยังมีผู้จัดเอ็กซ์พีเรียนซ์จากจังหวัด สมุทรสงคราม เลย และ เชียงใหม่ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การจัดเอ็กซ์พีเรียนซ์ออนไลน์ทั้งด้วยตนเองและผ่านวิดีโอคอลอีกด้วย

มิช โกห์

ซึ่ง นางสาววิภา คุ้มคำ ผู้จัดเอ็กซ์พีเรียนซ์ ออนไลน์ เยี่ยมชมหมู่บ้านไทดำ ซึ่งทำงานร่วมกับมัคคุเทศก์มืออาชีพ กล่าวว่า ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าร่วมแคมเปญนี้ได้เคยทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวไปยังพิพิธภัณฑ์ประจำหมู่บ้าน แต่พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่มากที่จะเข้าไปใช้เวลาร่วมและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชน ซึ่งมีวัฒนธรรมและมีฝีมือด้านหัตถกรรมที่ไม่เหมือนใคร แต่ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ เราได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 30 คนจากทั่วโลกให้เข้ามารู้จักชุมชนของเราผ่านทางออนไลน์ เแบ่งปันวิถีชีวิตของคนในชุมชนได้มากขึ้น และการจัดกิจกรรมเอ็กซ์พีเรียนซ์ ออนไลน์นี้สามารถหารายได้เสริมเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมและยังเป็นการสร้างงาน ทำให้หลายๆ คนมีเป้าหมายในการร่วมแคมเปญดังกล่าว

อย่างไรก็ตามแคมเปญดังกล่าว ยังเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยผู้คนจากทั่วโลกได้ให้คะแนนรีวิวเฉลี่ยที่ 4.88* ซึ่งเป็นคะแนนที่มาจากคนที่เข้าร่วมประสบการณ์เอ็กซ์พีเรียนซ์ ออนไลน์ การได้แบ่งปันความรู้และข้อมูลเชิงลึกในชุมชนทำให้ผู้จัดเอ็กซ์พีเรียนซ์มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ จากทั่วโลก และสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเองก็ได้แรงบันดาลใจจากกิจกรรมเอ็กซ์พีเรียนซ์ ออนไลน์ทำให้เกิดความมุ่งมั่นที่อยากจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยในอนาคต

ขณะที่ นางสาวเจนนิเฟอร์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมเอ็กซ์พีเรียนซ์ออนไลน์ เยี่ยมชมหมู่บ้านไทดำ กล่าวว่า ครอบครัวของเราชอบเดินทางมาก ชอบออกไปสำรวจสถานที่ใหม่ ผู้คน อาหาร และวัฒนธรรมใหม่ๆ การที่เราได้ไปเที่ยวหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในประเทศไทยผ่านเอ็กซ์พีเรียนซ์ ออนไลน์ออนไลน์นับว่าเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมมากๆ ในปีที่เกิดวิกฤตการณ์แบบนี้ เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตกลุ่มคนในประเทศไทยและได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เพื่อเข้าไปเห็นว่าแต่ละครอบครัว แต่ละบ้านทำธุรกิจอะไรกัน ได้ดูการฟ้อนรำของชุมชน ได้ดูการละเล่นต่างๆ และได้พบ ผู้คนใหม่ๆ ผ่านการนำทัวร์ของมัคคุเทศก์แบบเรียลไทม์ มีเพียงสิ่งเดียวที่รู้สึกว่าขาดหายไปก็คือการได้ลองชิมอาหารพื้นเมือง ดังนั้นเราจะรอจนกว่าจะสามารถไปเที่ยวที่นั่น และอยากไปสำรวจเมืองไทยด้วยตัวของเราเอง