"หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร"แถลงความเสียหายทางเศรษฐกิจ หลังโควิด-19 ระบาดรอบใหม่ 16,000 ล้านบาท ขณะที่"พณ."เอาจริงขายหน้ากากอนามัยแพงติดคุก-รอลงอาญา ที่บึงกาฬ-เพชรบูรณ์
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.63 นางอำไพ หาญไกรวิไลย์ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาครได้แถลงการณ์กับสื่อมวลชนว่าจากเหตุการณ์การระบาดของโควิด-19 และได้มีการประกาศปิดการดำเนินการต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.63 ถึง 3ม.ค.64 ทางหอการค้าจังหวัดสมุทรสาครได้ทำการรวบรวมข้อมูลความเสียหายจากภาครัฐและเอกชน หลังจากที่มีการประเมินแล้ว คาดว่าจะมีความเสียหายมากถึง 16,000ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นภาคธุรกิจสินค้าและการบริการ มูลค่าความเสียหาย 4,200 ล้านบาท ภาคธุรกิจประมงและประมงต่อเนื่อง 6,000 ล้านบาท ภาคธุรกิจตลาดชุมชน 4,700 ล้านบาท ภาคการเกษตร400ล้านบาท โอทอป วิสาหกิจชุมชน 50 ล้านบาท ห้างสรรพสินค้า 100 ล้านบาท และอื่นๆประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งจากการประเมินความเสียหายหอการค้าจังหวัดสมุทรสาครขอความเห็นใจต่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ได้ให้กำลังใจประชาชนชาวสมุทรสาคร และชาวสมุทรสาครจะให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการฝ่าฟันวิกฤติในครั้งนี้ต่อไป
วันเดียวกัน นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ว่ามีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยกล่องละ 300 บาท ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ได้สั่งการและมอบหมายให้ตนติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยที่มีการจำหน่ายแพงเกินสมควรนั้นได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดชลบุรี ดำเนินการตรวจสอบการจำหน่ายหน้ากากกล่องละ 300 บาท ตามที่สื่อนำเสนอข่าวเป็นจริงหรือไม่ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้า ร้านขายยา 10 แห่ง ซึ่งได้สุ่มไปแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะบางแสน ไม่พบว่ามีการขายแพงตามที่สื่อนำเสนอข่าวออกไปแต่อย่างไร
สำหรับร้านค้าที่เข้าตรวจสอบเช่น ร้านดีฟาร์มาซี สาขาบางแสน, ร้านฟาซิโน สาขาบางแสน, ร้านWHC วังยาเอลแคร์, ร้านบ้านยาบูรพา, ร้านยาหยีเภสัช, ร้านเฮลท์ อัพ สาขาห้างแหลมทอง, ร้านบูทส์ สาขาห้างแหลมทอง, ร้านวัตสันสาขาห้างแหลมทอง, ร้านบริบาลเภสัช และร้านคลังยา 51 เป็นต้น
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบเบื้องต้น ในการเข้าไปสอบถามราคาซื้อขาย เหมือนประชาชนทั่วไป ก่อนที่จะแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีการจำหน่ายเกินราคาที่กรมการค้าภายในประกาศไว้ที่ 2.50 บาทต่อชิ้นยังอยู่ในราคาควบคุม ราคาต่อกล่องอยู่ที่ 85-120 บาทกล่องละ 50 ชิ้น
ขณะเดียวกัน แม้การตรวจสอบจะพบว่าหลายร้านสินค้าเหลือน้อยลง เนื่องจากไม่ได้สต็อกสินค้าไว้แต่ร้านค้าก็มีการสั่งซ้อสินค้าไว้แล้ว โดยเชื่อว่าหน้ากากอนามัยมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอน จากปัญหาการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ทำให้ประชาชนวิตกกังวลและมีความต้องการซื้อเป็นจำนวนมาก แต่หน้ากากทางเลือกก็ยังเป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถใช้ป้องกันได้ โดยสามารถหาซื้อได้เช่นกัน
โดยตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายหน้ากากอนามัยทั่วประเทศ 76 จังหวัด ซึ่งมีร้านค้าที่จำหน่ายทั้งสิ้น 14,847 ร้านค้าทั่วประเทศ พบว่ามีร้านการกระทำความผิด 435 ราย และได้ดำเนินคดีสิ้นสุดไปแล้ว 2 ราย ที่จังหวัดบังกาฬ 1 ราย ผิดมาตรา 29 ซึ่งขณะนี้รอลงอาญา ปรับ 50,000 บาท และอีก 1 ราย ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ผิดมาตรา 29 จงใจขายแพง และผิด มาตรา 30 ปฏิเสธการขาย ไม่รอลงอาญา จำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท ส่วนคดีที่เหลืออยู่ในชั้นศาลรอการพิจารณาต่อไป