ในช่วงนี้ทาง Time Out Bangkok ได้ร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชนจัดงาน Awakening Bangkok 2020 การกลับมาอีกครั้งของเทศกาลแสงไฟประจำปีกรุงเทพฯ เนรมิตชุมชนเก่าในย่านสร้างสรรค์ เจริญกรุง-บางรัก-ตลาดน้อย วันที่ 11–20 ธันวาคมนี้ ซึ่งบางชิ้นจัดแสดงถึงวันที่ 4 มมกราคม 2564 ภายใต้ธีม RE/WIND/FAST/FORWARD ชวนทุกคนมองกลับหลัง ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น เรียนรู้ เพื่อข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและเปิดประตูก้าวไปสู่สิ่งใหม่ให้ไกลกว่าเดิม หวังกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเพิ่มการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในชุมชนช่วงปลายปี

พงศ์สิริ เหตระกูล

นายพงศ์สิริ เหตระกูล กรรมการบริหาร Time Out Bangkok และ Festival Director งานเทศกาล Awakening Bangkok กล่าวว่า จากการจัดงาน Awakening Bangkok สองครั้งที่ผ่านมา ในปีแรกมีผู้เข้าชมงานกว่า 75,000 คน และเพิ่มขึ้นกว่า 60% เป็นกว่า 120,000 คน ในปีที่สอง แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการจัดงานได้เป็นอย่างดี ทั้งยังได้รับผลตอบรับที่ดีจากทั้งศิลปิน นักออกแบบ และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมชมงาน สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน เกิดการขยายตัวของคอมมูนิตีศิลปินและ นักออกแบบไทยได้แสดงผลงานออกสู่สายตาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทำให้งานนี้กลายเป็นงานเทศกาลแสงไฟประจำปีของกรุงเทพฯ ที่หลายคนรอคอย และปีนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ 11 ธันวาคม 2563 –วันที่ 4 มกราคม 2564 โดยเป็นการเนรมิตชุมชนเก่าย่านสร้างสรรค์ ในพื้นที่ เจริญกรุง-ตลาดน้อย ให้มีสีสันยามค่ำคืน โดยแลนด์มาร์คใหญ่ของงาน ได้แก่ บริเวณหน้าอาคารไปรษณีย์กลาง Warehouse 30 และโรงภาพยนตร์ปรินซ์ มีกิจกรรมเด่น ทั้งด้านการแสดงประติมากรรมแสงสีโดยศิลปินชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงนักศึกษา รวมทั้งหมดเกือบ 40 ชิ้นงาน การแสดงดนตรีจากศิลปินดัง และการออกร้านสินค้าที่น่าสนใจ

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากจะทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในประเทศแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่มีความเกื้อหนุนกัน สนับสนุนให้เกิดการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งมีส่วนในการช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ร่วมสนับสนุนเทศกาลดังกล่าว พร้อมเน้นถึงมาตรฐานความปลอดภัยบนพื้นฐานของชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุขช่วงปลายปี

นิชาภา ยศวีร์

ส่วน นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า บทบาทหลักของทีเส็บ คือการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในปีนี้จะให้ความสำคัญกับการจัดงานในรูปแบบไฮบริด (Hybrid event) มากขึ้น แต่สำหรับบางอีเวนต์ การได้มาอยู่ในสถานที่จริงย่อมสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมได้มากกว่า เช่นเดียวกับงาน Awakening Bangkok ที่กลายเป็นงานเทศกาลแสงไฟประจำปีของกรุงเทพฯ ไปแล้ว ซึ่งการสนับสนุนงานครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมการจัดอีเวนต์ด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าสูง สอดรับกับนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ ที่จะส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ (Economic Impact) ในภาพรวม ทั้งในแง่ของการจ้างงาน การเช่าอุปกรณ์สำหรับจัดงาน เกิดการหมุนเวียนของการบริโภค ตลอดจนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน ทั้งนี้งานดังกล่าวนี้ที่จัดขึ้นในปี 2562 สามารถสร้างการใช้จ่ายรวม ของผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมงานตลอด 10 วัน เป็นมูลค่า 192.99 ล้านบาท และรสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีต่างๆ ในประเทศช่วยกระตุ้นอุปสงค์และอุปทานทางด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สร้างโอกาสทางธุรกิจในการจัดการกิจกรรมและการตลาดรูปแบบต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

มนฑิณี ยงวิกุล

ขณะที่ นางสาวมนฑิณี ยงวิกุล ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารเเละการตลาด สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA กล่าวว่า ทุกวันนี้ในหลายประเทศใช้ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การพัฒนาประเทศไปสู่ทิศทางใหม่ โดยใช้ต้นทุนจากองค์ความรู้เดิมร่วมกับความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อต่อยอดและเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและบริการเดิม นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจมหาศาล โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่างโควิด-19 การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยพื้นฐานของความรู้ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยขับเคลื่อนผู้คนและประเทศชาติให้ก้าวผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้

สำหรับ CEA มีพันธกิจในการผลักดันให้เกิดการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อันได้แก่ บุคลากรสร้างสรรค์ (Creative People) ธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Business) และการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Place) ซึ่งงาน Awakening Bangkok 2020 ตอบโจทย์ของภารกิจทั้ง 3 ด้านนี้ การร่วมจัดงานจึงเป็นอีกทางหนึ่งที่สนับสนุนภารกิจดังกล่าว ส่งเสริมให้ภาพของพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative District) ของย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย ที่มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรม เอกลักษณ์วิถีชีวิต เป็นการเชื่อมโยงเรื่องราวของย่าน ผู้คน ธุรกิจดั้งเดิม และนักท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าและส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง นอกจากนั้น การสนับสนุน Awakening Bangkok 2020 ยังช่วยเปิดพื้นที่ให้ศิลปินและนักออกแบบชาวไทย มีโอกาสแสดง ผลงานออกสู่สาธารณะ และประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวได้มีความสุขกับเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะถึง

จรินี วงศ์กำทอง

อย่างไรก็ตาม นางสาวจรินี วงศ์กำทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์จำเป็นต้องอาศัยความเชื่อมโยงกันของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน บริษัทฯ เห็นความสำคัญของเหล่าศิลปินและนักออกแบบไทยที่มีความสามารถในการต่อยอดผลงานสร้างสรรค์และสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญา KEEP WALKING ของแบรนด์จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ที่สร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ใหม่ๆ ในการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองและผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ โดยภายในงานได้นำเอาแคมเปญ KEEP WALKING ให้ไกลกว่าเดิม เพื่อเฉลิมฉลอง 200 ปี จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ซึ่งรวบรวมผลงานความคิดสร้างสรรค์จาก 3 พาร์ตเนอร์มานำเสนอในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ การร่วมกับแบรนด์ TKW แบรนด์สตรีตแวร์น้องใหม่จาก TAKARA WONG นำเสนอเสื้อผ้าคอลเลคชันพิเศษ Walk Forward สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสะท้อนความเป็นตัวตนของตัวเองออกมาผ่านงานดีไซน์

อีกทั้งยังร่วมมือกับ Guss Damn Good (กัสส์ แดมน์ กู๊ด) แบรนด์ไอศกรีมสัญชาติไทย ถ่ายทอดเรื่องราวของแบรนด์ผ่านรสชาติใหม่ของไอศกรีมที่ชื่อว่า Keep Walking โดยใส่ส่วนผสมใหม่ๆ ที่แตกต่างจากกรอบเดิมๆ ให้เข้ากับ Gold Label ถือเป็นครั้งแรกของการสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ในรูปแบบไอศกรีม และปิดท้ายด้วยการร่วมมือกับ Vesper Cocktail Bar บาร์ชื่อดังที่การันตีด้วยอันดับที่ 62 จาก World’s 50 Best Bars 2020 และรางวัลทรงเกียรติระดับโลกมากมาย มาผสมผสานมิกซ์เซอร์รสชาติใหม่ในรูปแบบกระป๋องครั้งแรก ต่อยอดให้กับคนรุ่นใหม่ในการรังสรรค์ค็อกเทลได้อย่างง่ายๆ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงประติมากรรมไฟสุดยิ่งใหญ่ และการฉายภาพยนตร์สารคดี The Man Who Walked Around The World ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ โรงภาพยนตร์ปรินซ์ พิเศษกว่านั้นปีนี้ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ยังได้ร่วมกับบาร์หลายแห่งในย่านเจริญกรุงเนรมิตเครื่องดื่มพิเศษ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีสถานที่แฮงเอาต์หลังจากการเดินชมเทศกาลอีกด้วย

โดยงาน Awakening Bangkok 2020 ภายใต้ธีม RE/WIND/FAST/FORWARD ได้รับการสนับสนุนการจัดงานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และบริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) ร่วมด้วย Peppermint Field (เปปเปอร์มินต์ ฟิลด์) Prudential (พรูเดนเชียล) และ BGC (บางกอกกลาส) และยังได้รับการอนุเคราะห์สถานที่จาก Prince Theatre Heritage Stay (โรงภาพยนตร์ ปรินซ์) Bangrak Riverview (บางรัก ริเวอร์วิว) ATT19, River City Bangkok (ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก) Patina Bangkok Continuum Warehouse และศูนย์การค้า ICONSIAM (ไอคอนสยาม)

ซึ่งงาน Awakening Bangkok 2020 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 - 20 ธันวาคม 2563 ในย่านเจริญกรุง ตั้งแต่โรงภาพยนตร์ปรินซ์ อาคารไปรษณีย์กลาง ไปจนถึงบ้านโซว เฮง ไถ่ ย่านตลาดน้อย โดยผู้ชมจะได้พบการจัดแสดงผลงานศิลปกรรมไฟกว่า 36 ชิ้น จาก 25 ศิลปินที่ผ่านการคัดเลือกจากทีม Time Out Bangkok พร้อมด้วยกิจกรรมเติมสีสันยามค่ำคืนอีกมากมาย อาทิ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังจากค่าย What the Duck เมนูพิเศษจากหลากหลายร้านอาหารทั่วย่านที่รังสรรค์มาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ร่วมด้วยป็อปอัปบาร์อีกหลายจุด ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.timeout.com/bangkok และเฟซบุ๊ก Time Out Bangkok และ Time Out – กรุงเทพฯ