นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บได้นำผู้ประกอบการไทยจำนวน 32 รายเข้าร่วมงานการตลาดไมซ์ระดับโลก IBTM World Virtual 2020 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศอังกฤษ แต่ในปีนี้จัดขึ้นในแบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 8-10 ธันวาคม 2563 โดยผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานดังกล่าวประกอบด้วย สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) บริษัทรับจัดงาน 1 ราย บริษัทให้บริการจัดการเดินทาง (Destination Management Company - DMC) 6 ราย โรงแรม 20 แห่ง และสถานที่จัดงานไมซ์ 3 แห่ง

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา

“ยุโรปเป็นตลาดไมซ์ที่ทีเส็บให้ความสำคัญมาก โดยในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 มีนักเดินทางไมซ์จากยุโรปมาไทย 1.2 ล้านคน มีมูลค่าตลาดประมาณ 4.7 พันล้านบาท การเข้าร่วมงาน IBTM จึงเป็นช่องทางสำคัญที่จะได้สื่อสารให้ตลาดยุโรปได้รับรู้ทั้งด้านมาตรการควบคุมโควิด-19 ของไทย ด้านการส่งเสริมการตลาด และด้านบริการของผู้ประกอบการเอกชน ซึ่งจะสร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อที่จะเลือกมาไทยในอนาคต” นายจิรุตถ์ กล่าว

อีกทั้งช่วงที่ผ่านมาทาง ทีเส็บได้จัดกิจกรรมแบบ Hybrid ที่ โรงแรมแลนด์มาร์ค เพื่อเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการไมซ์ให้เกิดความชำนาญกับเครื่องมือและแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจก่อนจะเข้าร่วมงานในวันที่ 8-10 ธันวาคม โดยมีศูนย์ปฏิบัติการที่โรงแรมแลนด์มาร์ค เป็นศูนย์อำนวยความสะดวก พร้อมกันนี้ภายในงาน IBTM World Virtual 2020 ยังเตรียมประชาสัมพันธ์แคมเปญสนับสนุน Ease Up ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างทีเส็บและผู้ประกอบการไมซ์ไทย จำนวน 64 ราย เพื่อรองรับกลุ่มนักเดินทางไมซ์ในอนาคตอีกด้วย

โดย นายจิรุตถ์ กล่าวต่อไปว่า ในงาน IBTM World Virtual 2020 ครั้งนี้ ทีเส็บมีโอกาสสื่อสารให้ตลาดยุโรปรับรู้ถึงความสำเร็จของประเทศไทยในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความคืบหน้าของวัคซีนที่ประเทศไทยพร้อมใช้ในกลางเดือนมิถุนายนปีหน้า และการเป็นฐานการผลิตวัคซีนให้ภูมิภาคอาเซียน จนได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นแบบอย่างจากองค์การอนามัยโลก รวมทั้งรับทราบมาตรฐานสุขอนามัยที่เข้มงวดที่ทำให้อุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศสามารถเปิดดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้ตลาดยุโรปมั่นใจในประเทศไทย ที่สำคัญคือได้เปิดตัวให้ตลาดยุโรปรับทราบมาตรการต่างๆ และมาตรการของทีเส็บในการอบรมบุคลากรไมซ์เป็น Medical Control Team ให้กับกลุ่มนักเดินทางจากต่างประเทศในอนาคต ช่วยตอกย้ำให้ตลาดยุโรปตระหนักในความพร้อมรองรับการจัดงานแบบ New Normal ของประเทศไทย