ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทกลับมาแข็งค่า แม้ ธปท.เพิ่มมาตรการดูแลเงินบาท ทั้งนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์แตะระดับแข็งค่าสุดรอบ 10 เดือนที่ 30.14 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางแรงซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับสกุลเงินเอเชียก็มีแรงหนุนจากการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ด้วยเช่นกัน
          
ฃทั้งนี้เงินบาททยอยอ่อนค่ากลับมาช่วงกลางสัปดาห์หลังทางการส่งสัญญาณเตือนถึงการแข็งค่าที่เร็วเกินไป ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากตลาดมองว่า มาตรการ ธปท.ทั้ง 3 เรื่อง ได้แก่ ปรับเกณฑ์ FCD คลายเกณฑ์ลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศของนักลงทุนไทย และกำหนดลงทะเบียนแสดงตัวตนซื้อ-ขายตราสารหนี้ เป็นมาตรการที่เน้นดูแลสมดุลเงินทุนเคลื่อนย้าย ไม่ใช่การสกัดเงินทุนไหลเข้า ในวันศุกร์ (20 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 30.29 เทียบกับระดับ 30.22 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 พ.ย.)
          
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (23-27 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.00-30.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามได้แก่ ข้อมูลการส่งออกเดือนต.ค. และสถานการณ์ทางการเมือง
          
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สำคัญได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ รายได้-รายจ่ายส่วนบุคคล อัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core PCE Price Index เดือนต.ค. จีดีพีไตรมาส 3/63 (ครั้งที่ 2) และบันทึกการประชุมเฟด (4-5 พ.ย.) นอกจากนี้ตลาดยังรอจับตาสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป ตลอดจนข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนพ.ย. ของสหรัฐฯ และยูโรโซนด้วยเช่นกัน
          
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามบรรยากาศตลาดต่างประเทศ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,389.34 จุด เพิ่มขึ้น 3.18% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 81,685.12 ล้านบาท ลดลง 25.88% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.48% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 320.99 จุด
โดยหุ้นไทยขยับขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ขานรับตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/63 ของไทย ซึ่งออกมาดีกว่าที่คาด ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยในเวลาต่อมาท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศ
          
อย่างไรก็ดีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากความคาดหวังเชิงบวกต่อการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 การคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยโดย S&P Global Ratings รวมถึงมุมมองที่ว่ามาตรการดูแลค่าเงินบาทของทางการไม่ได้มีความเข้มงวดมากนัก ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังมีสถานะซื้อสุทธิหุ้นไทยในสัปดาห์นี้