สำหรับ Amazing Thailand ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่กำลังได้รับความนิยม และกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศปัจจุบันมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ ทางกระทรวงฯ จึงพยายามผลักดันให้มีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการกีฬาให้มากที่สุด โดยคำนึงถึงมาตรการของการป้องกันจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เป็นสำคัญ ซึ่งเวลานี้ประเทศไทยได้ดำเนินนโยบายเปิดรับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ภายใต้เงื่อนไขด้านสาธารณสุขที่เข้มงวดและระมัดระวัง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดภายในประเทศ และคาดว่านโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยวนี้ จะส่งผลให้มีการจัดกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวและการแข่งขันกีฬาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นสัญญาณที่ดีในการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ

ในส่วนของกิจกรรมวิ่งในประเทศไทย โดยเฉพาะการวิ่งเพื่อสุขภาพ นับเป็นการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม เนื่องจากประหยัด และสะดวกที่สุด จึงได้มอบหมาย ททท. เร่งดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเน้นกิจกรรมการออกกำลังกายในที่สาธารณะ ซึ่งคาดว่าจะสร้างกระแสตื่นตัวด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้กลับมา และก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สะท้อนศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการดำเนินงานทางด้านสาธารณสุขของประเทศได้เป็นอย่างดี โดยได้เริ่มกิจกรรมนำร่องที่กรุงเทพมหานคร และหากประสบความสำเร็จได้รับความนิยมสูง อาจขยายการจัดงานไปยังเมืองท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป

ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. ได้เร่งดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ จึงมีแนวคิดที่จะปลุกกระแสการออกกำลังกายที่กำลังได้รับความนิยม ด้วยการจัดงาน Amazing Thailand ซิตี้รัน…มันส์ ฟัน เว่อร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ สนุกทุกเส้นทาง...ในเมืองกรุง ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรม Flagship ของสินค้าท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ซึ่งเป็นการเชิญชวนให้ เยาวชน คนรุ่นใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวทุกท่าน ออกมาเดินหรือวิ่งไปในเส้นทางต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานครในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่จำกัดว่าจะต้องวิ่งในสวนสาธารณะเท่านั้น อีกทั้งยังได้นำเอาเทคโนโลยีจากต่างประเทศอย่าง District Race Application ซึ่งเป็นระบบการจับเวลารูปแบบใหม่ที่สามารถจับการเคลื่อนไหวของผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แบบ Virtual Run Live Tracker มาใช้ในการจัดงานในครั้งนี้อีกด้วย

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะจัดงานทุกวันเสาร์และอาทิตย์ตลอด 8 สัปดาห์ โดยเริ่มกิจกรรมในวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2563 - วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม 2563 นี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะต้องปฏิบัติตามภารกิจ (Mission) ที่ถูกกำหนดไว้ไม่ซ้ำกันในทุกสัปดาห์ และมีเวลาในการร่วมกิจกรรม 3 ชั่วโมงต่อครั้ง (เริ่มตั้งแต่เวลา 05.00 - 20.00 น.) โดยทุกคนจะต้องวิ่งไปค้นหาจุด Check Point (แบบ Virtual) ที่ถูกซ่อนไว้ในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 40 จุด อาทิ ภูเขาทอง ลานคนเมืองกรุงเทพมหานคร สะพานพุทธฯ มิวเซียมสยาม ป้อมพระสุเมรุ วงเวียนโอเดียน ถนนเยาวราช ตึกมหานคร หัวลำโพง สถานีรถไฟฟ้า BTS สวนลุมพินี ท่าเรือคลองแสนแสบ เป็นต้น หลังจากหมดเวลา (Cut-off) ผู้เข้าร่วมกิจกรรม สามารถนำคะแนนไปแลกของที่ระลึกโครงการได้ อาทิ ระดับ 2,500 คะแนน แลกรับผ้าพันคออเนกประสงค์ ระดับ 3,000 คะแนน แลกรับเสื้อวิ่ง ระดับ 4,000 คะแนน แลกรับเสื้อทีเชิ้ต และระดับ 5,000 คะแนน แลกรับเสื้อ Jacket เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมทุกท่านยังได้ลุ้นรับรางวัลต่างๆ อีกมากมาย จากภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้จะมีการประกาศรางวัลกันในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2563 นี้ต่อไป

ขณะที่ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โครงการนี้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ททท. และผู้จัดงานที่มีประสบการณ์จัดงานระดับประเทศอย่างไทยแลนด์ไตรลีก ขณะที่หน้าที่หลักของกรมอนามัย คือ การส่งเสริมและผลักดันให้คนไทยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะการวิ่ง ถือเป็นการออกกำลังกายที่ประหยัดและง่ายที่สุด โดยทางกรมอนามัยได้ช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน และประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนทุกคนหันมาออกกำลังกายในรูปแบบซิตี้รันอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการปรับตัวให้เข้ากับกติกาใหม่ในสังคม

ส่วน นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้บริหารไทยแลนด์ไตรลีก ผู้จัดงาน กล่าวว่า นอกเหนือไปจากการจัดกิจกรรมทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน ถึง 27 ธันวาคม 63 (รวม 8 สัปดาห์) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แล้ว จะจัดกิจกรรมเพิ่มเติมเป็นไฮไลท์อีก 1 วัน คือ วันที่ 4 ธันวาคม 2563 ซึ่งรัฐบาลประกาศว่าเป็นวันรู้รักสามัคคี โดยผู้จัดงานจะเพิ่มรอบพิเศษให้ทุกคนมาร่วมเดิน-วิ่งในพื้นที่เขตพระนคร เป็นหมายเลข เก้าไทย ระยะทางประมาณ 5-8 กิโลเมตร โดยใช้แอปพลิเคชัน District Race สร้างเส้นทางวิ่งดังกล่าว ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้รับเสื้อที่ผลิตพิเศษ (Limited Edition) เป็นของที่ระลึก ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ต่ำกว่า 8,000 คน ก่อให้เกิดความสุข ความสนุก ได้สุขภาพที่ดี สร้างรอยยิ้ม ที่สำคัญก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและถือว่าเป็นกิจกรรมส่งความสุขท้ายปี 2563 นี้ด้วย