คำว่าฮาลาลนั้นไม่ได้มีเฉพาะเรื่องของอาหารการกินเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงวิถีการดำเนินชีวิตในทุกๆด้านของชาวมุสลิม ชาวมุสลิมเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่มีอยู่ทั่วโลกและเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อที่มีศักยภาพแต่ด้วยหลักศาสนาทำให้ชาวมุสลิมจำเป็นจะต้องเลือกเดินทางและบริโภคเฉพาะสินค้าที่เป็นมิตรกับประชาชนมุสลิมเท่านั้น สำหรับในประเทศไทย เป็นประเทศซึ่งมีศักยภาพและเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลกและมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยว จะดีแค่ไหนถ้าสามารถทำให้ประเทศไทยก็คือจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวฮาลาล
น.ส.อัยดา อูเจ๊ะ นายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลานไทย-อาเซียน กล่าวถึงการท่องเที่ยวฮาลาล กล่าวว่า “สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ก่อตั้งขึ้นมาส่งเสริมการท่องเที่ยวฮาลาลคือได้เล็งเห็นว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาจากต่างประเทศส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวมุสลิมจากประเทศมาเลเซียอินโดนีเซียสิงคโปร์บรูไน และอาหรับ แต่เราในประเทศไทยไม่ได้ประกาศเรื่องการท่องเที่ยวฮาลาล ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นมุสลิมไม่กล้าเข้ามาเที่ยว เราควรประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวฮาลาลในประเทศไทยให้รู้จักกับชาวโลกว่าเรามีเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม มีอาหารฮาลาลที่เป็นอาหารตามแบบวิถีชีวิตของมุสลิม แล้วก็มีประชาชนที่เป็นคนมุสลิมถือศาสนาอิสลามอยู่เยอะประมาณ 15% ของประชากรของประเทศไทยทั้งหมด สมาคมเริ่มประชาสัมพันธ์ด้วยการทำคลิปแนะนำการท่องเที่ยวฮาลาล ให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการได้ทราบถึงรายละเอียดการท่องเที่ยวฮาลาล ทำการเราสำรวจเริ่มวางแผนทำโปรแกรมการท่องเที่ยว ในแต่ละจังหวัด และเชิญผู้ประกอบการจากต่างประเทศ เข้ามาในระยะแรกมี 4 ประเทศก่อนประกอบด้วย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และ บรูไน และเริ่มขยายต่อไปที่ประเทศกัมพูชา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอาหรับก็ได้เราก็ได้ลงพื้นที่ทำประชาสัมพันธ์ด้วยการทำ FAM Trip (การเดินทางเพื่อสร้าง ความคุ้นเคยกับแหล่งท่องเที่ยวหรือสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการขาย สู่พื้นที่หรือบริการ) สำรวจสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร ที่พัก วัฒนธรรมและวิถีชุมชนที่เป็นอิสลามแล้วก็ประวัติศาสตร์ของอิสลาม มีหลายจุดซึ่งเป็นจุดสำคัญที่อยู่ในภาคใต้และก็ขยายไปภาคกลางขยายไปเชียงใหม่แล้วก็จะมีการประชาสัมพันธ์ เชื่อมโยงกับต่างประเทศ โดยการพาผู้ประกอบการไทยไปเรียนรู้งานฮาลาล ด้านการท่องเที่ยวที่ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซียและประเทศบรูไนเราก็มีการเชื่อมโยงกันเป็นอาเซียน ในประเทศไทยสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถตอบโจทย์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในการท่องเที่ยวฮาลาล เพราะ มีประชากรที่เป็นมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลามประมาณ 80 ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงในวิถีชีวิตวิถีอิสลาม ผสานกับธรรมชาติที่สวยงามและมีอาหารฮาลาลที่ถูกต้องตามหลักการอิสลาม เป็นการท่องเที่ยวฮาลาล หรือ การท่องเที่ยว Muslim Friendly”
“ได้มีการทำ FAM Trip เชิญผู้ประกอบการมาอบรมสัมมนาในเรื่องการท่องเที่ยวฮาลาล เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในรูปแบบการท่องเที่ยว ฮาลาล ผู้ประกอบการในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มที่จะเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นท่องเที่ยวฮาลาล โรงแรมและรีสอร์ท ปรับเป็นอาหารมุสลิมเป็น Friendly Muslim Food และพยายามที่จะทำเชื่อมต่อไปถึง product ของชุมชน สินค้าOTOP เน้นเรื่องฮาลาล คำว่าฮาลาล ดีต่อมนุษยชาติไม่ว่าท่านจะเป็นศาสนาไหนก็ตามเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกท่านที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเทียว มาสัมผัสวิถีชีวิตวิถีชุมชนและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไม่ว่าจะศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์และศาสนาอื่นๆ เราเรียนรู้กันได้ เรายอมยอมรับกันได้และมีขอบเขต ก็เชิญชวนนักท่องเที่ยว เข้ามาสัมผัส ธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีความเป็นมิตรกับท่าน เราจะได้พัฒนาเศรษฐกิจขอท้องถิ่นด้วยการด้วยการขับเคลื่อนโดยการท่องเที่ยวกันนะคะ”
การท่องเที่ยวแบบที่เป็นมิตรต่อมุสลิมหรือการท่องเที่ยวแบบฮาลาล มีข้อกำหนดอยู่หลายประการคือ 1.การไม่อนุญาตให้บริโภคจำหน่ายหรือซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในทุกรูปแบบโดยชาวมุสลิม 2. บริโภคเฉพาะอาหารที่ได้รับรองฮาลาลเท่านั้น 3. การแบ่งแยกชายและหญิงที่ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันตามสถานที่ต่างๆ 4. การมีสถานที่อำนวยความสะดวกให้สามารถละหมาดได้วันละ 5 ครั้ง 5.ถ้าการเดินทางของผู้หญิงมุสลิมที่ต้องมีสามีผู้หญิงหรือมีบุรุษที่ผู้หญิงคนนั้นไม่สามารถแต่งงานได้เดินทางไปด้วย 6. การแต่งกายตามหลักศาสนาจึงต้องมีการปกปิดมิดชิดและนอกจากนั้นถ้าเป็นช่วงเดือนรอมฎอนหรือเดือนบวชจะต้องไม่มีสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งดึงดูดที่ทำให้พวกเขานำไปสู่การกระทำผิดหลักศาสนาได้ครับซึ่งแน่นอนว่าข้อจำกัดต่างๆเหล่านี้แทบจะไม่มีผลกระทบใดๆเลยต่อแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
จุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวฮาลาลที่เราจะแนะนำในครั้งนี้ คือ อำเภอสุคิริน จ.นราธิวาสซึ่งเป็นสถานที่ ที่มีวิถีชีวิตแบบมุสลิม มีความสวยงามตามธรรมชาติ สามารถตื่นเช้ามาชมทะเลหมอกที่สวยงาม มีเขาน้ำใสแหล่งท่องเที่ยวซึ่งถือว่าเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ มีจุดจำหน่ายสินค้าชุมชมในระดับพรีเมี่ยมใกล้สนามบิน การเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางได้สะดวกทั้งทางรถยนต์ และการเดินทางโดยเครื่องบินและ จังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดชายแดนติดกับประเทศมาเลเซีย ทำให้ชาวมาเลเซีย สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย
น.ส.ณัฐชยา ศรีคำ พัฒนาการอำเภอเมืองนราธิวาส แนะนำชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านทอนว่า “ ชุมชนบ้านทอน เป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี มีกิจกรรมที่น่าสนใจที่นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมได้ก็คืออย่างแรกคือในเรื่องของเรือกอและซึ่งมีทั้งเรือกอและที่เป็นของจริงที่ใช้ในการทำประมงหรือใช้เป็นพาหนะได้อีกส่วนหนึ่งก็คือเป็นในเรื่องของทำเป็นของที่ระลึกเป็นเรือกอและจำลอง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ขึ้นชื่อและผลิตภัณฑ์ที่เด่นอีกอย่างคือผลิตภัณฑ์จากกระจูดในโครงการพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถรัชกาลในรัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านได้มาส่งเสริมในเรื่องของการทำผลิตภัณฑ์จากกระจูด นอกจากในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้วในส่วนของชายหาด ยังมีชายหาดที่ลาดยาวมีทรายละเอียด นุ่มเท้า มีอาหารทะเลสดๆ เรื่องการส่งเสริมให้มี ฮาลาล พัฒนาชุมชนเองนะที่มีหน้าที่ในเรื่องของการดูแลในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฮาลาล เราส่งเสริมในเรื่องของพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP สำหรับประเภทอาหารช่วย เข้าไปดูแลในเรื่องของการขอเครื่องหมาย อย. ในจังหวัดนราธิวาสประชาชนส่วนใหญ่ก็จะเป็นมุสลิม ซึ่งมีการทำการอาหารแบบฮาลาลแท้ๆอยู่แล้ว แต่ว่าเราเข้ามาดูแลในเรื่องของความถูกสุขลักษณะปลอดภัยของอาหารเพิ่มเติม”
การสื่อสารทางสื่อออนไลน์ อำเภอสุคิรินก็มีนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมากโดยส่วนใหญ่ชอบที่จะมาพักแบบค้างคืน การท่องเที่ยวส่วนมากเขาจะเน้นในเรื่องการท่องเที่ยวธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ อำเภอสุคิริน นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย มีทั้ง สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ อาหารฮาลาล และยังเป็นแหล่งรวมของผลไม้ เป็นการท่องเที่ยววิถีชุมชนโดยคนในชุมชน สร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชน และยังมีกลุ่มไกด์เยาวชน ในเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวภายในชุมชนสามารถใช้บริการรถของชาวบ้านในการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆเช่น ผ้าทับดาว ภูเขาทอง ป่าฮาลาบาลา และแหล่งเช็คอินแห่งใหม่เขาน้ำใส ตั้งอยู่บ้านน้ำใส ตำบลเกียร์ อำเภอสุคิรินจังหวัดนราธิวาสซึ่งเป็นชุมชนมุสลิมจึงต้องมีการเปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ขึ้นมาไม่นานและเยาวชนบ้านน้ำใสได้รวมกลุ่ม เข้ามาบริหารจัดการพื้นที่และดูแลนักท่องเที่ยวทั้งในเรื่อง การท่องเที่ยว อาหารและการดูแลความปลอดภัย
นายโกเมท เจ๊ะตือเราะ ประธานกลุ่มเยาวชนบ้านน้ำใส กล่าวถึงการท่องเที่ยวบ้านนำใสว่า “ในช่วงแรก กลุ่มเข้ามาเคลียร์พื้นที่ จัดซุ้มถ่ายรูปเช็คอิน เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ว่าท่านได้มาเที่ยวบนเขาน้ำใสแล้ว เราได้รวมกลุ่มเยาวชนบ้านน้ำใส ประชุมเพื่อระดมเพื่อนๆ น้องๆ เข้ามาปรับปรุงสถานที่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พอเรามีสถานที่ท่องเที่ยว น้องๆจะได้มีรายได้จากการเป็นไกด์ แม้จะไม่มากนัก แต่ก็เป็นการใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนและเยาวชน ทำให้น้องๆมีรายได้ สร้างอาชีพ และห่างไกลจากยาเสพติด เป็นการตอบโจทย์การท่องเที่ยวชุมชนโดยชุมชน”
การท่องเที่ยวก็คือการเปิดหูเปิดตาชมวิถีชีวิตของชาวบ้านเพื่อที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ได้ชิมอาหารอร่อย ได้เรียนรู้อัตลักษณ์ของชุมชนสัมผัสด้วยตา เรียนรู้ด้วยใจ เข้าใจความต่างของวัฒนธรรม นี่คือเสน่ห์ของการท่องเที่ยววิถีชุมชน
นายอุสมาน มะอะหมีน รองนายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน กล่าวว่า “ในปัจจุบันการท่องเที่ยวชุมชนและการท่องเที่ยวฮาลาลจะมาคู่กัน เราเจอแหล่งท่องเที่ยวมากมาย วิถีชีวิตแบบฮาลาลในชุมชนเรามีอยู่แล้ว เป็นวิถีชีวิตปกติของชุมชน ธรรมชาติต่างๆมีอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และมีผลไม้มากมายเป็นจุดแข็ง เพียงแต่ว่าเราต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านและสิ่งที่ตามมาคือรายได้ที่จะเข้ามาสู่ชุมชน เกิดการกระจายรายในชุมชน”
การท่องเที่ยวชุมชน ในรูปแบบการท่องเที่ยวฮาลาลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่นำจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่น้องมุสลิมมาปรับใช้ให้เข้ากับการท่องเที่ยวชุมชนซึ่งเป็นการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่กำลังเติบโต การท่องเที่ยววิถีอิสลามหรือการท่องเที่ยวฮาลาล เป็นการท่องเทียววิถีใหม่ที่สามารถดึงดูด นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มใหม่ให้เข้ามาท่องเที่ยว ทำให้ชุมชนสามารถเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้วิถีชีวิตของประชาชนปกติสามารถตอบสนองการท่องเที่ยววิถีอิสลามหรือที่เราเรียกว่าการท่องเที่ยวฮาลาล อย่างสมบูรณ์ นับเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนท่องเที่ยวที่ต้องมีการบริหารจัดการโดยชุมชนเอง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : รายการ สร้างฝันเพื่อสันติสุข ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 8.30-8.55 น.
น.ส.อัยดา อูเจ๊ะ นายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลานไทย-อาเซียน กล่าวถึงการท่องเที่ยวฮาลาล กล่าวว่า “สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ก่อตั้งขึ้นมาส่งเสริมการท่องเที่ยวฮาลาลคือได้เล็งเห็นว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาจากต่างประเทศส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวมุสลิมจากประเทศมาเลเซียอินโดนีเซียสิงคโปร์บรูไน และอาหรับ แต่เราในประเทศไทยไม่ได้ประกาศเรื่องการท่องเที่ยวฮาลาล ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นมุสลิมไม่กล้าเข้ามาเที่ยว เราควรประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวฮาลาลในประเทศไทยให้รู้จักกับชาวโลกว่าเรามีเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม มีอาหารฮาลาลที่เป็นอาหารตามแบบวิถีชีวิตของมุสลิม แล้วก็มีประชาชนที่เป็นคนมุสลิมถือศาสนาอิสลามอยู่เยอะประมาณ 15% ของประชากรของประเทศไทยทั้งหมด สมาคมเริ่มประชาสัมพันธ์ด้วยการทำคลิปแนะนำการท่องเที่ยวฮาลาล ให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการได้ทราบถึงรายละเอียดการท่องเที่ยวฮาลาล ทำการเราสำรวจเริ่มวางแผนทำโปรแกรมการท่องเที่ยว ในแต่ละจังหวัด และเชิญผู้ประกอบการจากต่างประเทศ เข้ามาในระยะแรกมี 4 ประเทศก่อนประกอบด้วย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และ บรูไน และเริ่มขยายต่อไปที่ประเทศกัมพูชา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอาหรับก็ได้เราก็ได้ลงพื้นที่ทำประชาสัมพันธ์ด้วยการทำ FAM Trip (การเดินทางเพื่อสร้าง ความคุ้นเคยกับแหล่งท่องเที่ยวหรือสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการขาย สู่พื้นที่หรือบริการ) สำรวจสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร ที่พัก วัฒนธรรมและวิถีชุมชนที่เป็นอิสลามแล้วก็ประวัติศาสตร์ของอิสลาม มีหลายจุดซึ่งเป็นจุดสำคัญที่อยู่ในภาคใต้และก็ขยายไปภาคกลางขยายไปเชียงใหม่แล้วก็จะมีการประชาสัมพันธ์ เชื่อมโยงกับต่างประเทศ โดยการพาผู้ประกอบการไทยไปเรียนรู้งานฮาลาล ด้านการท่องเที่ยวที่ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซียและประเทศบรูไนเราก็มีการเชื่อมโยงกันเป็นอาเซียน ในประเทศไทยสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถตอบโจทย์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในการท่องเที่ยวฮาลาล เพราะ มีประชากรที่เป็นมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลามประมาณ 80 ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงในวิถีชีวิตวิถีอิสลาม ผสานกับธรรมชาติที่สวยงามและมีอาหารฮาลาลที่ถูกต้องตามหลักการอิสลาม เป็นการท่องเที่ยวฮาลาล หรือ การท่องเที่ยว Muslim Friendly”
“ได้มีการทำ FAM Trip เชิญผู้ประกอบการมาอบรมสัมมนาในเรื่องการท่องเที่ยวฮาลาล เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในรูปแบบการท่องเที่ยว ฮาลาล ผู้ประกอบการในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มที่จะเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นท่องเที่ยวฮาลาล โรงแรมและรีสอร์ท ปรับเป็นอาหารมุสลิมเป็น Friendly Muslim Food และพยายามที่จะทำเชื่อมต่อไปถึง product ของชุมชน สินค้าOTOP เน้นเรื่องฮาลาล คำว่าฮาลาล ดีต่อมนุษยชาติไม่ว่าท่านจะเป็นศาสนาไหนก็ตามเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกท่านที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเทียว มาสัมผัสวิถีชีวิตวิถีชุมชนและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไม่ว่าจะศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์และศาสนาอื่นๆ เราเรียนรู้กันได้ เรายอมยอมรับกันได้และมีขอบเขต ก็เชิญชวนนักท่องเที่ยว เข้ามาสัมผัส ธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีความเป็นมิตรกับท่าน เราจะได้พัฒนาเศรษฐกิจขอท้องถิ่นด้วยการด้วยการขับเคลื่อนโดยการท่องเที่ยวกันนะคะ”
การท่องเที่ยวแบบที่เป็นมิตรต่อมุสลิมหรือการท่องเที่ยวแบบฮาลาล มีข้อกำหนดอยู่หลายประการคือ 1.การไม่อนุญาตให้บริโภคจำหน่ายหรือซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในทุกรูปแบบโดยชาวมุสลิม 2. บริโภคเฉพาะอาหารที่ได้รับรองฮาลาลเท่านั้น 3. การแบ่งแยกชายและหญิงที่ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันตามสถานที่ต่างๆ 4. การมีสถานที่อำนวยความสะดวกให้สามารถละหมาดได้วันละ 5 ครั้ง 5.ถ้าการเดินทางของผู้หญิงมุสลิมที่ต้องมีสามีผู้หญิงหรือมีบุรุษที่ผู้หญิงคนนั้นไม่สามารถแต่งงานได้เดินทางไปด้วย 6. การแต่งกายตามหลักศาสนาจึงต้องมีการปกปิดมิดชิดและนอกจากนั้นถ้าเป็นช่วงเดือนรอมฎอนหรือเดือนบวชจะต้องไม่มีสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งดึงดูดที่ทำให้พวกเขานำไปสู่การกระทำผิดหลักศาสนาได้ครับซึ่งแน่นอนว่าข้อจำกัดต่างๆเหล่านี้แทบจะไม่มีผลกระทบใดๆเลยต่อแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
จุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวฮาลาลที่เราจะแนะนำในครั้งนี้ คือ อำเภอสุคิริน จ.นราธิวาสซึ่งเป็นสถานที่ ที่มีวิถีชีวิตแบบมุสลิม มีความสวยงามตามธรรมชาติ สามารถตื่นเช้ามาชมทะเลหมอกที่สวยงาม มีเขาน้ำใสแหล่งท่องเที่ยวซึ่งถือว่าเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ มีจุดจำหน่ายสินค้าชุมชมในระดับพรีเมี่ยมใกล้สนามบิน การเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางได้สะดวกทั้งทางรถยนต์ และการเดินทางโดยเครื่องบินและ จังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดชายแดนติดกับประเทศมาเลเซีย ทำให้ชาวมาเลเซีย สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย
น.ส.ณัฐชยา ศรีคำ พัฒนาการอำเภอเมืองนราธิวาส แนะนำชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านทอนว่า “ ชุมชนบ้านทอน เป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี มีกิจกรรมที่น่าสนใจที่นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมได้ก็คืออย่างแรกคือในเรื่องของเรือกอและซึ่งมีทั้งเรือกอและที่เป็นของจริงที่ใช้ในการทำประมงหรือใช้เป็นพาหนะได้อีกส่วนหนึ่งก็คือเป็นในเรื่องของทำเป็นของที่ระลึกเป็นเรือกอและจำลอง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ขึ้นชื่อและผลิตภัณฑ์ที่เด่นอีกอย่างคือผลิตภัณฑ์จากกระจูดในโครงการพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถรัชกาลในรัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านได้มาส่งเสริมในเรื่องของการทำผลิตภัณฑ์จากกระจูด นอกจากในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้วในส่วนของชายหาด ยังมีชายหาดที่ลาดยาวมีทรายละเอียด นุ่มเท้า มีอาหารทะเลสดๆ เรื่องการส่งเสริมให้มี ฮาลาล พัฒนาชุมชนเองนะที่มีหน้าที่ในเรื่องของการดูแลในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฮาลาล เราส่งเสริมในเรื่องของพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP สำหรับประเภทอาหารช่วย เข้าไปดูแลในเรื่องของการขอเครื่องหมาย อย. ในจังหวัดนราธิวาสประชาชนส่วนใหญ่ก็จะเป็นมุสลิม ซึ่งมีการทำการอาหารแบบฮาลาลแท้ๆอยู่แล้ว แต่ว่าเราเข้ามาดูแลในเรื่องของความถูกสุขลักษณะปลอดภัยของอาหารเพิ่มเติม”
การสื่อสารทางสื่อออนไลน์ อำเภอสุคิรินก็มีนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมากโดยส่วนใหญ่ชอบที่จะมาพักแบบค้างคืน การท่องเที่ยวส่วนมากเขาจะเน้นในเรื่องการท่องเที่ยวธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ อำเภอสุคิริน นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย มีทั้ง สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ อาหารฮาลาล และยังเป็นแหล่งรวมของผลไม้ เป็นการท่องเที่ยววิถีชุมชนโดยคนในชุมชน สร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชน และยังมีกลุ่มไกด์เยาวชน ในเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวภายในชุมชนสามารถใช้บริการรถของชาวบ้านในการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆเช่น ผ้าทับดาว ภูเขาทอง ป่าฮาลาบาลา และแหล่งเช็คอินแห่งใหม่เขาน้ำใส ตั้งอยู่บ้านน้ำใส ตำบลเกียร์ อำเภอสุคิรินจังหวัดนราธิวาสซึ่งเป็นชุมชนมุสลิมจึงต้องมีการเปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ขึ้นมาไม่นานและเยาวชนบ้านน้ำใสได้รวมกลุ่ม เข้ามาบริหารจัดการพื้นที่และดูแลนักท่องเที่ยวทั้งในเรื่อง การท่องเที่ยว อาหารและการดูแลความปลอดภัย
นายโกเมท เจ๊ะตือเราะ ประธานกลุ่มเยาวชนบ้านน้ำใส กล่าวถึงการท่องเที่ยวบ้านนำใสว่า “ในช่วงแรก กลุ่มเข้ามาเคลียร์พื้นที่ จัดซุ้มถ่ายรูปเช็คอิน เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ว่าท่านได้มาเที่ยวบนเขาน้ำใสแล้ว เราได้รวมกลุ่มเยาวชนบ้านน้ำใส ประชุมเพื่อระดมเพื่อนๆ น้องๆ เข้ามาปรับปรุงสถานที่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พอเรามีสถานที่ท่องเที่ยว น้องๆจะได้มีรายได้จากการเป็นไกด์ แม้จะไม่มากนัก แต่ก็เป็นการใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนและเยาวชน ทำให้น้องๆมีรายได้ สร้างอาชีพ และห่างไกลจากยาเสพติด เป็นการตอบโจทย์การท่องเที่ยวชุมชนโดยชุมชน”
การท่องเที่ยวก็คือการเปิดหูเปิดตาชมวิถีชีวิตของชาวบ้านเพื่อที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ได้ชิมอาหารอร่อย ได้เรียนรู้อัตลักษณ์ของชุมชนสัมผัสด้วยตา เรียนรู้ด้วยใจ เข้าใจความต่างของวัฒนธรรม นี่คือเสน่ห์ของการท่องเที่ยววิถีชุมชน
นายอุสมาน มะอะหมีน รองนายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน กล่าวว่า “ในปัจจุบันการท่องเที่ยวชุมชนและการท่องเที่ยวฮาลาลจะมาคู่กัน เราเจอแหล่งท่องเที่ยวมากมาย วิถีชีวิตแบบฮาลาลในชุมชนเรามีอยู่แล้ว เป็นวิถีชีวิตปกติของชุมชน ธรรมชาติต่างๆมีอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และมีผลไม้มากมายเป็นจุดแข็ง เพียงแต่ว่าเราต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านและสิ่งที่ตามมาคือรายได้ที่จะเข้ามาสู่ชุมชน เกิดการกระจายรายในชุมชน”
การท่องเที่ยวชุมชน ในรูปแบบการท่องเที่ยวฮาลาลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่นำจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่น้องมุสลิมมาปรับใช้ให้เข้ากับการท่องเที่ยวชุมชนซึ่งเป็นการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่กำลังเติบโต การท่องเที่ยววิถีอิสลามหรือการท่องเที่ยวฮาลาล เป็นการท่องเทียววิถีใหม่ที่สามารถดึงดูด นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มใหม่ให้เข้ามาท่องเที่ยว ทำให้ชุมชนสามารถเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้วิถีชีวิตของประชาชนปกติสามารถตอบสนองการท่องเที่ยววิถีอิสลามหรือที่เราเรียกว่าการท่องเที่ยวฮาลาล อย่างสมบูรณ์ นับเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนท่องเที่ยวที่ต้องมีการบริหารจัดการโดยชุมชนเอง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : รายการ สร้างฝันเพื่อสันติสุข ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 8.30-8.55 น.