นายจักรพันธ์ รัตนเพชร ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบริษัท เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ได้เล็งเห็นโอกาสจากการเติบโตของตลาดบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM: Customer Relationship Management) ในเอเชียของกลุ่มลูกค้าองค์กร ซึ่งมีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท จากตลาดรวม 100,000 ล้านบาท โดยการให้บริการของบริษัทฯ ใน 2 ปีที่ผ่านมา เน้นไปที่การจัดหาสิทธิประโยชน์ การทำแคมเปญสิทธิประโยชน์ (Privilege Campaign) ให้กับลูกค้ากลุ่มองค์กร ที่ต้องการสร้างความภักดีต่อแบรนด์และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การเปลี่ยนแปลงแคมเปญจากระบบดั้งเดิมสู่ระบบดิจิทัล โดยนำ Digital Solutions มาใช้ในการสร้างแพลตฟอร์มดูแลลูกค้าแต่ละรายโดยเฉพาะ ด้วยคอนเซปต์ High Tech & High Touch การให้บริการด้านการจัดกิจกรรมและการท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงบริการการเดินทางโดยลีมูซีน

โดยมีกลุ่มลูกค้าองค์กร (Corporate) หรือลูกค้าในกลุ่ม Business to Business ใช้บริการสัดส่วนถึง 80% ขณะเดียวกันก็มีการขยายฐานสู่ลูกค้ากลุ่มบุคคล ด้วยบริการ Silver Voyage Club สิทธิพิเศษเหนือระดับสำหรับลูกค้า Affluence และ High Net Worth ในสัดส่วน 20% เนื่องมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคระดับบนโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเฟ้นหาสินค้า บริการ และการสร้างประสบการณ์ที่แปลกแตกต่างเหนือกว่าที่เคย

ซึ่งในการก้าวขึ้นสู่ปีที่ 3 ทางเวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากช่วงหลังวิกฤตโควิด-19 พฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก จึงได้นำกลยุทธ์ที่เรียกว่า S.I.M มาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ Strategic Partnership Collaboration การสร้างพันธมิตรมาช่วยกันในการสร้างรายได้ Innovation การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนธุรกิจได้เร็วขึ้น มีช่องทางการเข้าถึงที่ดีขึ้น รวมถึงการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น และ Market Penetration การเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าฐานเดิมที่มีอยู่ในการเพิ่มและขยายการสร้างรายได้ เพิ่มการรับรู้จากผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ให้มีการซื้อซ้ำมากขึ้น เน้นการสร้างรายได้จากบริการลูกค้าภายในประเทศเป็นหลักก่อน

อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงมีแผนสร้างการเชื่อมต่อระดับภูมิภาค (Regional Connected) หรือครอบคลุมทั่วภูมิภาค (Regional Coverage) โดยภายในในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 ตั้งเป้าสร้างรายได้จากต่างประเทศหรือจากสำนักงานในภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบัน เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น มีสำนักงานให้บริการลูกค้าใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ กัมพูชา พม่า และจีน อีกทั้งยังวางเป้าหมายสำหรับปี 2565 ไว้ 2 เป้าหมายคือ สร้างรายได้ให้ถึง 300 ล้านบาท และขยายฐานการให้บริการในต่างประเทศเพิ่มอีก 2 ประเทศคือ มาเลเซียและอินโดนีเซีย

ขณะที่ช่วงวิกฤตโควิด-19 เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น ได้เจออุปสรรคมากมาย แต่ก็สามารถปรับกลยุทธ์การให้บริการ อาทิ การนำรถลีมูซีนที่ไม่ได้ใช้งานมาให้บริการส่งอาหารและส่งของระดับพรีเมียมให้กับลูกค้า โดยจับมือกับร้านอาหารชื่อดังในกรุงเทพฯ กว่า 20 ร้าน ภายใต้บริการใหม่ White Glove Service และยังใช้ ระบบออนไลน์ ผสานเทคโนโลยีเข้ากับบริการที่มีอยู่ ให้บริการลูกค้า และจัดกิจกรรมผ่านระบบ Online Conference ช่วง lock down ให้กับลูกค้า ทำให้สามารถสร้างรายได้และแบ่งปันกำไรให้กับพันธมิตรอีกด้วย

ทั้งนี้ บริการลีมูซีนซึ่งดำเนินงานภายใต้แบรนด์ ซิลเวอร์ โวยาจ คลับ (Silver Voyage Club) ได้เพิ่มความมั่นใจในบริการระดับห้าดาวและความปลอดภัยด้านอนามัยสูงสุด โดยผ่านการรับรองตามมาตรฐาน SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration) หรือ โครงการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยด้านมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย เพื่อตอบโจทย์การเดินทางยุคปกติใหม่ เสริมความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวกับการเดินทางที่จะได้รับประสบการณ์ที่ดี มีความสุข และความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการประเทศไทย ซึ่งรถลีมูซีนทุกคันในเครือ ซิลเวอร์ โวยาจ ลิมูซีน (Silver Voyage Limousine) ผ่านการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวดและประดับสัญลักษณ์ SHA พร้อมให้บริการกับลูกค้าทั้งรับส่งสนามบินหรือ Point-to-Point