เมื่อวันที่ 18 ต.ค.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี หลังจากรัฐบาลใช้กำลังสลายการชุมนุมของคณะราษฎร 2563 ที่แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงผสมสารเคมีสีฟ้า จนแนวร่วมต้องยุติการชุมนุม ว่า หลังสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวัน กลุ่มคณะราษฎรได้ปรับแผนนัดชุมนุมแบบดาวกระจาย 4 จุดใหญ่ทั่วกรุงเทพฯ พร้อมอีกหลายจุดทั่วประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เหลือทางเลือกแค่ 2 ทาง คือ จะเลือกลาออก หรือ ไล่จับนักเรียนนิสิตนักศึกษาประชาชนที่ออกมาชุมนุมขับไล่ทั่วประเทศต่อไปเรื่อยๆ รัฐบาลต้องศึกษาประวัติศาสตร์การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย การทยอยจับแกนนำ ไม่ได้ทำให้แนวร่วมมวลชนลดลง หลายเหตุการณ์ในอดีต ก็ถูกยกระดับหลังจากจับแกนนำ สารเคมีสีน้ำเงินที่อยู่ในรถน้ำแรงดันสูงที่รัฐบาลใช้สลายการชุมนุม จะไม่พอฉีด เพราะคนออกมาไล่กันทั้งประเทศ เวลา 6-7 ปี ที่พล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจและสืบทอดอำนาจมา ได้สร้างปัญหาวิกฤตให้กับประเทศชาติและประชาชนมากมาย เยาวชนอนาคตของชาติเหล่านี้เติบโตมากับการไม่มีประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะต่อสู้เรียกร้องในสิ่งที่ไม่เคยได้รับ

“ม็อบลามแล้วทั่วประเทศ เฉพาะกทม.จะเจอม็อบดาวกระจายไปพร้อมๆกันหลายจุด แต่ละจุดมากันแบบเบิ้มๆทั้งนั้น ถ้าการที่รัฐบาลใช้กำลังสลายการชุมนุมได้รับการยอมรับจากสังคม สถานการณ์จะไม่มาถึงจุดวิกฤตเช่นนี้” นายอนุสรณ์ กล่าว