ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาท สำหรับสัปดาห์ถัดไป (19-23 ต.ค.) ที่ 31.00-31.50 บาท/ดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ข้อมูลการส่งออกของไทยเดือนก.ย. การดีเบตรอบสุดท้ายของคู่ชิงประธานาธิบดีนายโดนัลด์ ทรัมป์ และนายโจ ไบเดน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และประเด็นข้อตกลง BREXIT

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนต.ค. การเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ย. และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) ของเฟด นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นเดือนต.ค. ของสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/63 ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนก.ย.

ทั้งนี้ในช่วงต้นสัปดาห์เงินบาทอ่อนค่าลงสอดคล้องกับสกุลเงินเอเชียอื่นๆ และเงินหยวน หลังธนาคารกลางจีนยกเลิกการกันสำรองของสถาบันการเงินเมื่อทำธุรกรรมฟอร์เวิร์ดสกุลเงินต่างประเทศสำหรับลูกค้า (จากเดิมที่ต้องกันสำรองที่ 20%) นอกจากนี้เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันจากสถานะขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ดีเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่แคบลงในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ตลาดรอติดตามปัจจัยทางการเมืองในประเทศ การเจรจามาตรการเยียวยาโควิด-19 ของสหรัฐฯ และสถานการณ์ในช่วงโค้งสุดท้ายใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันศุกร์ (16 ต.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.16 บาท/ดอลลาร์