กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในช่วงนี้ สำหรับ “โปรเจกต์ บิ๊ก พิกเจอร์” ถูกสื่อเมืองผู้ดีตีข่าวชนิดเกาะติดกันทุกวัน โดยมี "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และ"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นแกนนำหลักในการนำเสนอ เพื่อปรับโครงสร้างการแข่งขันฟุตบอล"พรีเมียร์ลีก" ของประเทศอังกฤษ คือ การลดขนาดของลีก จาก 20 ทีม เหลือ 18 ทีม

รวมทั้งมีการเปลี่ยนระบบการลงมติ จากเดิมที่ทุกทีมมีสิทธิโหวตทีมละ 1 เสียง ให้เปลี่ยนเป็นทีมที่มีบทบาทในพรีเมียร์ลีกมากที่สุด หรือในฐานะทีมเก่าทีมแก่ของลีกทั้งหมด 9 ทีม ได้แก่ ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, อาร์เซนอล และท็อตแนม ฮอตสเปอร์ บวกกับอีก 3 ทีมที่ได้เล่นในพรีเมียร์ลีกสม่ำเสมอ คือ เอฟเวอร์ตัน, เวสต์แฮม และเซาแธมป์ตัน

ทั้งนี้ ถ้า 6 จาก 9 ทีมนี้โหวตเห็นด้วยไม่ว่าจะเป็นมติใดๆ มตินั้นก็จะผ่านทันที จากเดิมที่ต้องโหวตกันอย่างน้อย 14 จาก 20 เสียง พร้อมเสนอตั้งกองทุน 250 ล้านปอนด์ ให้กับทีมในลีกรอง สัญญาว่าจะแบ่งรายได้ของพรีเมียร์ลีกให้ 25 เปอร์เซ็นต์ นาน 25 ปี

จากประเด็นดังกล่าวถูกต่อต้านจากกลุ่มแฟนฟุตบอลของบรรดาทีมหัวตาราง พร้อมออกแถลงการณ์ไม่สนับสนุนข้อเสนอตอนนี้ และไม่เห็นด้วยกับการให้อำนาจแค่ 6 ทีมเท่านั้น

"โปรเจกต์นี้เป็นความหายนะ และความโลภไม่มีที่สิ้นสุดของเศรษฐีบางคน แต่จะไม่สามารถทำลายโครงสร้างของฟุตบอลของประเทศนี้ได้ โปรเจกต์การใช้เงินกองทุนช่วยเหลือ 250 ล้านปอนด์ ล่อใจทีมฟุตบอลในลีกรอง หรือ อีเอฟแอล แต่มันอาจเป็นเพียงไซยาไนด์เคลือบน้ำตาล ซึ่งทำให้ 6 ทีมมหาเศรษฐีสามารถเปลี่ยนกฎยังไงก็ได้ ไม่มีอะไรการันตีว่าพวกเขาจะไม่ตัดสะพานให้ห้อยลงมา" แถลงการณ์ ระบุ

ทางด้าน สำนักขาว “บีบีซี” รายงานว่า "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่มีชื่อติดอยู่ในกลุ่ม 9 ทีมทรงอิทธิพลตามโครงสร้างใหม่ ไม่เห็นด้วยกับแผนงานดังกล่าว และไม่ทราบเรื่องแนวทางปรับเปลี่ยนโครงสร้างเหล่านี้มาก่อนเลย จึงรู้สึกช็อกมากทันทีที่ทราบข่าว และเพิ่งมารู้ข่าววงในว่า ลิเวอร์พูล กับ แมนฯยู ลักลอบคุยกันตั้งแต่เดือนมกราคมแล้ว โดยมีเจ้าของทีมชาวอเมริกันทั้ง 2 ฝั่งเป็นโต้โผใหญ่ คือกลุ่มเฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป ของลิเวอร์พูล และครอบครัวเกลเซอร์ของแมนฯยู และแผนงานที่สื่อเอามานำเสนอก็เป็นเวอร์ชั่นปรับปรุงแก้ไขรอบที่ 17 แล้ว

ทีมเวสต์แฮม ยังมองด้วยว่า ภาพรวมแผนการนี้ไม่เป็นประโยชน์กับทีม เพราะการลดเหลือ 18 ทีม หมายความว่าเกมเตะในบ้านจะต้องหายไป 2 นัด ซึ่งจะมีผลกับรายได้จากการขายตั๋วอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมองว่ามีแต่กลุ่ม 6 ทีมหัวตาราง ที่จะได้ประโยชน์ เพราะพอเกมเตะน้อยลง ก็ทำให้ทีมใหญ่มีลุ้นทำผลงานดีๆ ในการเล่นบอลถ้วยยุโรปมากขึ้น รวมถึงสามารถวางโปรแกรมอุ่นเครื่องพรีซีซั่นแบบหาเงินเข้ากระเป๋าได้ง่ายขึ้นด้วย โดยทั้ง 6 ทีมนี้ กำลังอาศัยวิกฤติโควิด-19 ในการสร้างฐานอำนาจให้ตัวเอง ถ้าปล่อยให้โปรเจกต์นี้ผ่านได้เมื่อไร อีกหน่อยทั้ง 6 ทีมนี้ จะยิ่งสร้างกฎที่เอื้อประโยชน์ให้ตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

จากสถิติที่ผ่านมา 6 ทีมกลุ่มหัวตาราง ต่างได้สิทธิไปเล่นบอลยุโรปครบทุกทีมเป็นฤดูกาลที่ 4 ติดต่อกันแล้ว และถ้าย้อนไป 10 ฤดูกาลหลังสุด ก็มีทีมที่พลาดตั๋วรวมแล้ว 4 ครั้งเท่านั้น ขณะที่ขุนค้อนเคยได้ไปเล่นบอลยุโรป 2 ครั้ง แต่จบแค่รอบคัดเลือก ส่วนทีม เอฟเวอร์ตัน และเซาแธมป์ตัน ต่างก็ได้สิทธิทีมละ 2 ครั้งเช่นกัน

ล่าสุด "เดลี เมล์" สื่อดังเมืองผู้ดี พาดหัวข่าวว่า "ลิเวอร์พูล" และ"แมนฯ ยูไนเต็ด" สุ่มหัวกันวางแผนลับเพื่อปรับโครงสร้างการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ในชื่อ "โปรเจกต์ บิ๊ก พิกเจอร์" โดยลดจำนวนทีมในลีกสูงสุดจาก 20 เหลือเพียง 18 ทีม อีกทั้งยกเลิกถ้วยคาราบาว คัพ และ คอมมูนิตี ชิลด์

รายงานข่าวระบุด้วยว่า "ริค แพร์รี" ประธานฟุตบอลลีกอังกฤษ (อีเอฟแอล) สนับสนุนแนวคิดนี้ หลังแผนดังกล่าวรวมถึงการตั้งกองทุน 250 ล้านปอนด์ ให้กับทีมในลีกรอง และสัญญาว่าจะแบ่งรายได้ของพรีเมียร์ลีกให้ 25 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลานาน 25 ปี นอกจากนี้ระบบการโหวตเดิมที่ต้องมี 14 ทีมเห็นชอบ ก็จะเปลี่ยนไป โดยให้สิทธิพิเศษทีมบิ๊ก 6 ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี, แมนฯ ยู, อาร์เซนอล, เชลซี และสเปอร์ รวมถึง เอฟเวอร์ตัน, เวสต์แฮม และ เซาแธมป์ตัน ส่วนการเลื่อนชั้นตกชั้น ทีมอันดับ 16 ในพรีเมียร์ลีกต้องเพลย์ออฟทีมอันดับ 3, 4, 5 ของแชมเปี้ยนชิพ

และจากกระแสข่าวดังกล่าว ส่งผลให้พรีเมียร์ลีกเริ่มไม่พอใจ "ริค แพร์รี" อย่างมาก ที่กำลังเข้าครอบครองพรีเมียร์ลีกอย่างไม่เป็นมิตร และเป็นการทำลายการแข่งขันทั้งหมด เช่นเดียวกับบางทีมที่กล่าวว่าโปรเจกต์นี้เป็นเรื่องเหลวไหลและไร้สาระ

ขณะที่ "SkySports" ก็รายงานว่า แหล่งข่าวซึ่งเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารของพรีเมียร์ลีก ระบุว่า ในตอนนี้มี 14 สโมสรในพรีเมียร์ลีก ต่างก็เห็นด้วยว่า "ริค แพร์รี" ทำเกินอำนาจของตัวเอง และควรลาออกจากตำแหน่งไป โดยในการประชุมของ 20 สโมสรพรีเมียร์ลีกครั้งหน้า เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งเชื่อกันว่าทั้ง 14 สโมสรจะไม่สนับสนุน "ริค แพร์รี" อีกต่อไปหากว่าเขายังดำรงตำแหน่งอยู่

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องตามดูกันต่อไป สำหรับ "โปรเจกต์ บิ๊ก พิกเจอร์" ที่ถูกทีมยักษ์ใหญ่อย่าง "ลิเวอร์พูล" และ "แมนฯ ยูไนเต็ด" นำเสนอ แถมยังมัดมือชกดึงอีก 4 ทีมบิ๊กโฟร์มาร่วมวงด้วย จนถูกมองว่าเป็น"แผนลับ" เพื่อเพิ่มอำนาจให้กับทีมระดับท็อปของพรีเมียร์ลีก จะสามารถฝ่าด่านมวลมหาประชาชน และบรรดา 14 ทีมที่เหลือได้หรือไม่