“ผมได้รับวัคซีนโควิด-19 มา 2 โดสแล้ว และไม่มีอาการไม่พึงประสงค์ใด ๆ เลย” ข้อมูลจาก นายหลิว จิ้งเจิน ประธานกลุ่มบริษัทเภสัชกรรมจีน ก่อนหน้านี้ โรงงานผลิตวัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตาย ของสถาบันวิจัยผลิตภัณฑ์ชีวภาพปักกิ่ง บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจีนที่สังกัดกลุ่มบริษัทเภสัชกรรมจีน ได้ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยทางชีวภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลจีน โดยมีความพร้อมที่จะดำเนินการผลิตได้แล้ว

วัคซีนเป็นอาวุธทรงพลังเพื่อเอาชนะการต่อสู้กับโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จึงเป็นที่ตั้งตารอของผู้คนมาโดยตลอด ปัจจุบัน การวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 มีความคืบหน้าอย่างไร จะเริ่มการผลิตและเข้าสู่ตลาดเมื่อไร ราคาแพงหรือไม่ การออกฤทธิ์นานแค่ไหน เกี่ยวกับคำถามเหล่านี้ ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นายหลิว จิ้งเจิน ประธานกลุ่มบริษัทเภสัชกรรมจีน

คาดว่า วัคซีนชนิดเชื้อตายเข้าตลาดในปลายเดือนธันวาคม ยอดปริมาณการผลิตกว่า 200 ล้านโดสต่อปี

นายหลิว จิ้งเจิน บรรยายสรุปว่า “ความจริง การวิจัยวัคซีนโควิด-19 มี 5 แนวทาง ได้แก่ วัคซีนชนิดเชื้อตาย วัคซีนชนิดหน่วยย่อยทางพันธุวิศวกรรม วัคซีนที่ใช้อะดิโนไวรัสเป็นตัวนำพา วัคซีนที่ใช้เชื้อไข้หวัดใหญ่อ่อนฤทธิ์เป็นตัวนำพา และวัคซีนกรดนิวคลีอิก ในจำนวนนี้ วัคซีนกรดนิวคลีอิก ก็คือ วัคซีน mRNA และ DNA ” หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลุ่มบริษัทเภสัชกรรมจีนได้ทุ่มกำลังในการวิจัยวัคซีนชนิดเชื้อตายและวัคซีนชนิดหน่วยย่อยทางพันธุวิศวกรรมเป็นสำคัญ โดยสถาบันวิจัยผลิตภัณฑ์ชีวภาพอู่ฮั่นและสถาบันวิจัยผลิตภัณฑ์ชีวภาพปักกิ่งของบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจีน ที่สังกัดกลุ่มบริษัทเภสัชกรรมจีนได้วิจัยวัคซีนชนิดเชื้อตายคู่กันไป ส่วนสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพจีนที่สังกัดกลุ่มบริษัทเภสัชกรรมจีนได้วิจัยวัคซีนชนิดหน่วยย่อยทางพันธุวิศวกรรม

นายหลิว จิ้งเจิน ระบุว่า วัคซีนชนิดเชื้อตาย กล่าวง่าย ๆ ก็คือ การแยกตัวสายพันธุ์ไวรัสออกมาก่อน ซึ่งเหมือนกับการคัดเลือก “เมล็ดพันธุ์” ต้องคัดเลือก “เมล็ดพันธุ์” ที่ดี เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงและสืบพันธุ์ เช่น ขยายเป็นหลายสิบเท่า หรือหลายร้อยเท่า เป็นต้น แล้วทำให้ไวรัสอ่อนฤทธิ์ลง โดยจะสูญเสียสมรรถภาพติดเชื้อและการทำซ้ำ แต่ในขณะเดียวกัน ยังคงรักษาสมรรถภาพที่กระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันของมนุษย์เกิดการตอบสนอง สุดท้ายผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์และกรรมวิธีอื่น ๆ จนกลายเป็นวัคซีน จากผลการเปรียบเทียบพบว่า การวิจัยและพัฒนาวัคซีนชนิดเชื้อตายมีความเร็วกว่า แต่ต้องทุ่มเงินทุนมหาศาล จนถึงปัจจุบัน กลุ่มบริษัทเภสัชกรรมจีนได้ลงทุนประมาณ 2,000 ล้านหยวนในการสร้างโรงงานผลิตระดับ P3 (ความปลอดภัยทางชีวภาพระดับที่ 3) 2 แห่ง

นายหลิว จิ้งเจิน กล่าวว่า “ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2020 เป็นต้นมา เราได้ดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับลักษณะการกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของวัคซีนในหนูตัวใหญ่ หนูตัวเล็ก หนูตะเภา ลิงวอก ลิงแสม และกระต่าย เป็นต้น ที่เป็นสัตว์ทดลอง 7 ชนิดตามหลักสากล เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีน ต่อมา เราเริ่มดำเนินการทดสอบกับมนุษย์ในวงจำกัด หลังจากนั้น เราได้ดำเนินการทดลองทางคลินิก” การทดลองทางคลินิกปกติมี 3 ระยะ โดยระยะแรก ประเมินความปลอดภัยของวัคซีนเป็นหลัก ระยะที่ 2 ประเมินความปลอดภัยและลักษณะการกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของวัคซีนเป็นหลัก ขณะเดียวกัน สำรวจกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกัน ระยะที่ 3 ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนกับมนุษย์ในวงกว้าง

เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา วัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตายที่วิจัยและพัฒนาโดยสถาบันวิจัยผลิตภัณฑ์ชีวภาพอู่ฮั่น เริ่มการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 และระยะที่ 2 และได้ประกาศผลการทดลองแบบอำพรางของการทดลองทางคลินิกเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยพบว่า วัคซีนดังกล่าวมีความปลอดภัยดี ไม่ได้พบอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงแม้แต่รายเดียว หลังจากได้รับวัคซีนในปริมาณต่างกันและกระบวนการต่างกัน ผู้ที่ได้รับวัคซีนต่างเกิดสารภูมิต้านทานความเข้มข้นสูง เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา วัคซีนชนิดเชื้อตายที่วิจัยและพัฒนาโดยสถาบันวิจัยผลิตภัณฑ์ชีวภาพปักกิ่งได้เข้าสู่ขั้นตอนการทดลองทางคลินิก และได้ประกาศผลการทดลองทางคลินิกในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเภสัชกรรมจีนยังประเดิมการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่า เทคโนโลยีพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตายของจีนล้ำหน้าอันดับต้นของโลก

นายหลิว จิ้งเจิน ระบุว่า เมื่อการทดลองทางคลินิกระหว่างประเทศระยะที่ 3 สิ้นสุดลงแล้ว วัคซีนชนิดเชื้อตายก็จะเข้าสู่ขั้นตอนขออนุมัติ คาดว่า วัคซีนดังกล่าวจะเข้าสู่ตลาดในปลายเดือนธันวาคมปีนี้ ปริมาณการผลิตวัคซีนชนิดเชื้อตายที่พัฒนาโดยสถาบันวิจัยผลิตภัณฑ์ชีวภาพปักกิ่งจะมีถึง 120 ล้านโดสต่อปี ส่วนปริมาณการผลิตวัคซีนชนิดเชื้อตายที่พัฒนาโดยสถาบันวิจัยผลิตภัณฑ์ชีวภาพอู่ฮั่นจะมีถึง 100 ล้านโดสต่อปี นอกจากนี้ วัคซีนชนิดหน่วยย่อยทางพันธุวิศวกรรมจะเริ่มการทดลองทางคลินิกในเดือนตุลาคมปีนี้ เมื่อการวิจัยและพัฒนาดังกล่าวประสบความสำเร็จ จีนจะผลิตวัคซีนชนิดนี้เป็นจำนวนมากโดยเร็ว

วัคซีนสองโดส ประสิทธิศักย์ถึง 100%

นอกจากติดตามความคืบหน้าของการวิจัยและพัฒนาวัคซีนแล้ว ผู้คนยังสนใจราคาของวัคซีนอีกด้วย ต่อการนี้

นายหลิว จิ้งเจิน บอกผู้สื่อข่าวว่า “เมื่อวัคซีนชนิดเชื้อตายเข้าสู่ตลาดแล้ว ราคาจะไม่สูงมาก คาดว่าโดสหนึ่งหลายร้อยหยวน” การรับวัคซีน 1 โดส จะได้ประสิทธิศักย์ประมาณ 97% การสร้างสารภูมิต้านทานขึ้นเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างช้า โดยจะเติบโตขึ้นตามเส้นโค้งอย่างเชื่องช้า ตามปกติ สารภูมิต้านทานจะบรรลุระดับที่สามารถต้านทานไวรัสโควิด-19 ได้ภายในระยะเวลาประมาณครึ่งเดือน หากรับฉีดวัคซีน 2 โดส ประสิทธิศักย์จะบรรลุ 100%

นายหลิว จิ้งเจิน บรรยายสรุปว่า ระยะห่างระหว่างโดส 1 กับโดส 2 โดยทั่วไปเป็นเวลา 28 วัน ในกรณีพิเศษ การฉีดวัคซีน 2 โดสพร้อมกันก็ได้ โดยแขนซ้ายโดสหนึ่งและแขนขวาอีกโดสหนึ่ง วัคซีนโดสหนึ่งมีปริมาณ 4 ไมโครกรัม

นายหลิว จิ้งเจิน ยังกล่าวด้วยว่า “จีนมีประชากร 1,400 ล้านคน ไม่ใช่ว่าทุกคนมีความจำเป็นต้องรับวัคซีน สำหรับนักเรียนนักศึกษาและคนทำงานที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีประชากรหนาแน่นมีความจำเป็น แต่สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทที่มีประชากรน้อยไม่ต้องรับวัคซีนก็ได้”

สุดความสามารถเพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนที่ปลอดภัยโดยเร็ว

นายหลิว จิ้งเจิน กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดในโลก เราขาดแคลนความรู้เกี่ยวกับการติดต่อ การก่อให้เกิดโรค และความรุนแรงของไวรัสชนิดนี้ และก็ไม่มีมาตรฐานที่อ้างอิงได้ เผชิญกับไวรัสใหม่เอี่ยมอย่างนี้ เราก็ต้องพยายามวิจัยและพัฒนาวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพออกมาให้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น” จนถึงปัจจุบัน งานด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีน การทดลองทางคลินิก และการก่อสร้างโรงงานผลิต เป็นต้น ต่างเป็นไปอย่างราบรื่น ต่อไปนี้ เราจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่และเร่งการทดลอง เพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

สำหรับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการป้องกันและควบคุมโควิด-19 ครั้งนี้ นายหลิว จิ้งเจิน เสนอให้จัดศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อป้องกันและควบคุมโรค และศักยภาพด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เข้าสู่ระบบการสำรอง ดำเนินการวิจัยร่วมกันและแบ่งปันเทคโนโลยีอย่างแข็งขัน ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเสริมสร้างการสำรองฉุกเฉิน จัดตั้งกองทุนโดยเฉพาะเพื่อวิจัยและพัฒนาวัคซีน สนับสนุนธุรกิจต่าง ๆ วิจัยและพัฒนาวัคซีนให้มากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลักดันการพัฒนาและการสร้างนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมการผลิตวัคซีน เพื่อเสริมศักยภาพรวมและความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศของจีนในการผลิตวัคซีน

ขณะเดียวกัน เสริมสร้างระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ โดยจัดวัคซีนและผลิตภัณฑ์โลหิตเข้าสู่ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพแห่งชาติ จัดความปลอดภัยทางชีวภาพให้อยู่ในตำแหน่งสำคัญ ผลักดันให้การวิจัย การพัฒนา และการผลิตด้านชีวภาพมีขนาดใหญ่ขึ้นและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จัดการผลิตวัคซีนตามแผนภูมิคุ้มกันแห่งชาติให้อยู่ในสถานที่ที่กำหนดไว้ และจัดส่งอย่างรวมศูนย์

นายหลิว จิ้งเจิน ลงความเห็นว่า ต้องพิจารณาจากความต้องการของการพัฒนาระบบสาธารณสุข และพิจารณาจากสถานการณ์ใหม่และปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติ โรคระบาด และเหตุฉุกเฉิน แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น กำหนดรายละเอียด เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่มีอยู่ในปัจจุบัน และประกาศใช้กฎระเบียบและข้อบังคับโดยเฉพาะ อีกทั้งให้เวชภัณฑ์และวัสดุฉุกเฉินมีหลักประกันตามกฎหมาย เกาะติดจุดอ่อนในด้านการผลิต การสำรอง การจัดซื้อ และอุปทาน 4 ด้านเป็นสำคัญ แสดงบทบาทการเชื่อมต่อและศูนย์กลางของข้อมูลข่าวสารอย่างเต็มที่ สร้างระบบประกันอุปกรณ์ฉุกเฉินที่มีการชี้นำเป็นเอกภาพจากส่วนกลางถึงท้องถิ่นและธุรกิจต่าง ๆ โดยมีการแบ่งงานและแบ่งระดับชั้น ประสานงานและใช้ปฏิบัติการร่วมกัน และสามารถปรับตัวอย่างยืดหยุ่นได้

นายหลิว จิ้งเจิน กล่าวว่า “ต้องพัฒนาหมวดหมู่วัสดุสำรองของส่วนกลางให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และจัดโครงสร้างและขนาดการสำรองให้สมเหตุสมผล” วิเคราะห์ความต้องการตามผลการประเมินความเสี่ยง เพิ่มเติมการจำแนกประเภทวัสดุและบัญชีรายชื่อผลิตภัณฑ์ของการสำรองส่วนกลาง ปรับปรุงโครงสร้างการสำรองให้ดีขึ้น ปรับปรุงความหลากหลายและปริมาณการสำรองตามหลักวิทยาศาสตร์ ก่อตั้งกลไกอัปเดตแบบยืดหยุ่นต่อหมวดหมู่วัสดุสำรองของส่วนกลาง กำหนดกลยุทธ์สำรองวัสดุฉุกเฉินตามหมวดหมู่ สร้างกลไกปรับตัวแบบยืดหยุ่นของการสำรองที่จัดวางตามระดับชั้น ตลอดจนปรับปรุงขนาดการสำรองตามความต้องการ ส่งเสริมการบริหารด้านการสำรองของส่วนกลางให้ตรงเวลา ปรับปรุงกลไกอัปเดตการสำรองวัสดุเป็นประจำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเร่งการหมุนเวียนของวัสดุให้เร็วขึ้น

บทสัมภาษณ์นายหลิว จิ้งเจิน ประธานกลุ่มบริษัทเภสัชกรรมจีน
เขียนโดย นายหลิว คุน
แปลโดย นายจูน ฟาน