วันที่ 18 ก.ย.63 นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการเฝ้าระวังป้องกันเชื้อโควิด 19 ระบาดเข้ามาในประเทศไทยจากการที่บุคคลต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศตามแนวชายแดนไทย- เมียนมา หลังพบแนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ประเทศเมียนมา เริ่มมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น พร้อมแจ้งข้อมูลล่าสุดพบผู้ยืนยันติดเชื้อโควิด 19 ที่ จ.มะริด ประเทศเมียนมา ซึ่งมีพื้นที่ติดกับ จ.ประจวบฯ แล้ว จำนวน 6 ราย ขณะที่ทางการเมียนมา ได้ประกาศล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ของ จ.มะริด เพื่อควบคุมโรค

นายพัลลภ กล่าวว่า ในสัปดาห์เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) จะไปเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งของกลุ่มเป้าหมายที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดน ทั้ง 8 อำเภอ อำเภอละ 50 ตัวอย่าง รวม 400 ตัวอย่าง เพื่อสุ่มตรวจหาเชื้อโควิด 19 ขณะที่ ตชด.145 , 146 และ 147 จะสำรวจหาสถานที่เหมาะสมใน 3 อำเภอ คือ อ.เมือง บางสะพาน และปราณบุรี เพื่อใช้เป็นสถานที่กักกันชั่วคราวบริเวณชายแดน รองรับกรณีตรวจพบผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย โดยหาสถานที่กักกันอำเภอละ 1 แห่ง รองรับได้แห่งละประมาณ 50 คน รวม 150 คน โดย สสจ. จะประเมินความพร้อมของสถานที่

มีรายงานว่าที่ ประชุมได้หารือกรณีการนำเข้าสินค้าประเภทสัตว์น้ำจาก จ.มะริดผ่านจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร อ.เมืองญ อาจมีการปนเปื้อน ต้องการให้ระงับการนำเข้าเป็นการชั่วคราว ต่อมาที่ประชุมมีมติเห็นด้วย สำหรับสินค้าแห้งดำเนินการได้ตามปกติ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่และภาคเอกชนที่ตรวจรับสินค้า บริเวณจุดโนแมนแลนด์ด่านสิงขร ใส่ชุดป้องกันแบบ พีพีอี เพื่อป้องกันโรค

นางนิลวรรณ เรืองสวัสดิ์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ไม่ต้องการให้ภาครัฐระงับการนำเข้าส่งออกสินค้าที่ด่านสิงขร เพราะขณะนี้มีผู้ประกอบการหลายรายที่ได้รับผลกระทบจากกการปิดด่าน ย้ายไปใช้พื้นที่อื่น เหลือผู้ประกอบการเพียง 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
/////