เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้ระดับน้ำโขงยังลดลงต่อเนื่องวันละ 10 -20 เซนติเมตร เนื่องจากปริมาณฝนเริ่มลดลง เข้าสู่ปลายฝนต้นหนาว ล่าสุดระดับน้ำโขง อยู่ที่ประมาณ 5 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่ง ถึง 8 เมตร คือ ที่ 13 เมตร และยังมีแนวโน้มที่จะลดลงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบลำน้ำสาขาสายหลัก ปริมาณน้ำเริ่มลดลง อีกทั้งยังเริ่มส่งผลกระทบต่อชาวบ้านบางพื้นที่ ขาดแคลนน้ำในการเกษตร รวมถึงน้ำในการอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ผลกระทบจากน้ำโขงแห้ง ยังเสี่ยงที่จะกระทบต่องานประเพณีสำคัญ คือ ประเพณีไหลเรือไฟ ออกพรรษา โดยปีนี้กำหนดจัดขึ้น ระหว่าง 25 กันยายน – 4 ตุลาคม 2563 หากระดับน้ำโขงลดลงต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อการลากเรือไฟไหลโชว์คืนวันออกพรรษา เนื่องจากระดับน้ำต่ำ เป็นอุปสรรคในการลากเรือไฟ ไหลโชว์ตามลำน้ำโขง ทำให้เกิดความล่าช้า เพราะระดับน้ำน้อย ชาวบ้านศิลปินเรือไฟ ต้องวางแผนในการเพิ่มระยะเวลา ของตะเกียงดวงไฟที่ติดตั้งในเรือ และต้องเพิ่มปริมาณน้ำมันตะเกียงไฟ ให้สามารถส่องแสงสว่างได้นานขึ้น จนกว่าจะลากเรือไป สิ้นสุดระยะทางที่ประชาชน นักท่องเที่ยวรอชมตลอดริมน้ำโขง

ขณะเดียวกันในช่วงนี้ ได้มีศิลปินเรือไฟ จากทั้ง 12 อำเภอ ต่างเร่งนำอุปกรณ์ไม้ไผ่ มาออกแบบสร้างเรือไฟ ตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อร่วมไหลโชว์ในคืนวันออกพรรษา ซึ่งในปีนี้มีเรือไฟ ส่งเข้าประกวดรวม 12 ลำ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท มี ความคิดสร้างสรรค์ และประเภทสวยงาม ซึ่งมีการออกแบบ ความสูง ประมาณ 20 -30 เมตร และความยาวตั้งแต่ 30 -80 เมตร ประดับด้วยตะเกียงไฟสูงสุดเกือบ 20,000 ดวง ที่สำคัญปีนี้ทางจังหวัดนครพนม ได้มีมาตรการดูแลควบคุมโรคโควิด ภายใต้เที่ยวไหลเรือไฟแบบนิวนอร์มอล จึงได้กำหนดเพิ่มวันประกวดไหลเรือไฟ เป็น 3 วัน จากปกติจะไหลโชว์คืนเดียว ในวันออกพรราทั้ง 12 ลำ แต่ปีนี้ จะมีการเพิ่มวันไหล เป็น 3 วัน คือ คืนวันที่ 30 กันยายน 2563 จำนวน 2 ลำ คืนวันที่ 1 ตุลาคม 2563 จำนวน 3 ลำ และคืนวันที่ 2 ตุลาคม 2563 ออกพรรษา จำนวน 7 ลำ เพื่อเป็นมาตรการป้องกันโรคโควิดระบาด ลดปัญหาแออัด ของประชาชน นักท่องเที่ยว สามารถเลือกวันมาเที่ยวชมได้