“TPLAS มองครึ่งปีหลังอุตสาหกรรมด้านบรรจุภัณฑ์กระดาษ รูปแบบกล่องบรรจุอาหาร และบรรจุภัณฑ์พลาสติก รูปแบบถุงอาหาร ไปได้สวย รับอานิสงส์สัญญาณภาคการบริโภคฟื้นตัว ขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากรัฐปลดล็อกโควิด-19 เดินเกมรุกทางธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ภายใน 5 ปี (2563-2567) แตะระดับ 1,000 ล้านบาท เร่งสั่งติดตั้งเครื่องจักรเพิ่ม 3 เครื่อง ขยายไลน์การผลิตกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับบรรจุอาหารเพิ่ม ภายใต้ตราสินค้า “B-LEAF” คาดแล้วเสร็จเดือนต.ค.นี้หนุนกำลังผลิตเพิ่มเป็น 2 ล้านกล่อง จากปัจจุบันผลิตกล่องบรรจุอาหารอยู่ที่ 500,000 กล่องต่อปี เหตุตอบโจทย์ความต้องการที่สูงขึ้นต่อเนื่อง

นายธีระชัย ธีระรุจินนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ รูปแบบกล่องบรรจุอาหาร และบรรจุภัณฑ์พลาสติก รูปแบบถุงอาหาร ในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 ว่า บรรจุภัณฑ์ประเภทดังกล่าวมีแนวโน้มการฟื้นตัวมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกที่มีการชะลอตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกำลังซื้อภาคบริโภคหดตัว ทั้งนี้ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย รวมถึงการทยอยปลดล็อคในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับภาครัฐบาลเร่งขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มมีความมั่นใจและออกมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ซึ่งหากมีนโยบายออกการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าครึ่งปีหลังสัญญาณการฟื้นตัวจะกลับมาโดยเร็ว

สำหรับในส่วนของ TPLAS ล่าสุดบริษัทเตรียมดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติมอีก 3 เครื่อง โดยคาดว่าประมาณเดือนตุลาคมนี้จะดำเนินการแล้วเสร็จ ซึ่งเป็นในส่วนของสายการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับบรรจุอาหาร ซึ่งจัดจำหน่ายภายใต้ตราสินค้า “B-LEAF” ทั้งนี้ภายหลังการติดตั้งแล้วเสร็จจะส่งผลให้บริษัทมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านกล่อง จากปัจจุบันผลิตกล่องบรรจุอาหาร อยู่ที่ 500,000 กล่องในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา

โดยจากแผนการวางกลยุทธ์การขยายไลน์ผลิตเพิ่มอาทิ การขยายกำลังผลิต รวมถึงแผนการศึกษาตลาดด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในรูปแบบ จาน ถ้วย ที่จะเข้ามาต่อยอดเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นในอนาคต ส่งผลให้บริษัทตั้งเป้าภาพรวมธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า (2563-2567) บริษัทปรับสัดส่วนรายได้บรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับบรรจุอาหาร และกลุ่มถุงพลาสติกและฟิล์มอาหาร ให้อยู่ในระดับ 50:50 โดยคาดว่ารายได้รวมมีโอกาสแตะระดับ 1,000 ล้านบาท จากปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากบรรจุภัณฑ์ถุงพลาสติกอยู่ที่ 88.47% และ บรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษอยู่ที่ 0.59% โดยจากผลการดำเนินงาน งวด 6 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯมีรายได้รวม 225.42 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 15.57 ล้านบาท

“หลังจากที่บริษัทฯ เจาะสินค้าบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องอาหารกระดาษ ภายใต้ตราสินค้า “B-LEAF” ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันถือว่าได้กระแสตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภคดีเกินกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากสินค้าประเภทดังกล่าวสามารถทดแทนบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทกล่องโฟม พร้อมกันนี้ บริษัทฯยังสามารถขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆอาทิ กลุ่มเบเกอร์รี่ รวมถึงกลุ่มร้านขนมต่างๆ เพราะกลุ่มดังกล่าวให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์เป็นพิเศษ”

ทั้งนีี้นอกจากบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทกล่องกระดาษแล้ว ต้องยอมรับว่าบรรจุภัณฑ์ประเภทถุงร้อน ถุงหูหิ้ว และฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร ก็ยังมีดีมานด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการจับจ่ายใช้สอยตามตลาดนัด หรือแม่ค้า-พ่อค้าแผงลอย โดยสินค้าบรรจุภัณฑ์ของบริษัทจะจำหน่ายผ่านตัวแทนอาทิ ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว เป็นต้น เพราะเป็นกลุ่มที่มีฐานตลาดกว้างและกระจายไปทั่วประเทศ อีกทั้งพฤติกรรมของลูกค้ายังคงมีการบริโภคสูง