สถานการณ์ภัยแล้งในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตรยังคงความรุนแรงขยายเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดชาวนา 2 ตำบล ของ อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร และ ชาวนา – ชาวไร่อ้อย จาก 2 ตำบล ของ อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร รวมตัวกันกว่า 200 คน เดินทางไปยังต้นน้ำเขตรับผิดชอบโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง จ.กำแพงเพชร เพื่อขอแบ่งปันน้ำแก้วิกฤตภัยแล้ง วันที่ 7 ก.ย. 2563 ความคืบหน้าสถานการณ์ภัยแล้งขณะนี้ขยายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันตกของ จ.พิจิตร ที่เป็นรอยต่อกับ อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ซึ่งมีทั้งเกษตรกรที่ปลูกข้าวและปลูกอ้อย ต่างได้รับความเดือดร้อนจากฝนทิ้งช่วง และ ปริมาณน้ำฝนที่มีฝนตกแต่มีปริมาณน้อย ทำให้ต้นข้าวและต้นอ้อยส่อเค้าจะแห้งตาย ล่าสุดมีราษฎรที่เดือดร้อนจากภัยแล้งที่นำโดย นายประเสริฐ สุขใจชื่น อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/3 หมู่ 4 บ้านมาบฝาง ต.บึงบัว อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร และ นายชาตรี สิงห์ลอ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านสักขี ต.หนองไม้กอง อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ได้นำเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำจาก ต.บึงบัว ต.บ้านนา อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร และ ต.ไทรงาม ต.หนองไม้กอง อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร รวมแล้วกว่า 200 คน ที่เดือดร้อนจากภัยแล้งรวมตัวกันเดินทางไปที่ต้นน้ำ คือที่บริเวณประตูน้ำคลองทุ่งพง ที่เป็นคลองรับน้ำมาจากแม่น้ำปิงอยู่ในการดูแลของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัว เพื่อจะขอให้ประตูน้ำดังกล่าว ซึ่งอยู่ต้นน้ำให้ช่วยเปิดยกระดับประตูน้ำให้สูงขึ้นเพื่อน้ำจะได้ไหลมาให้ชาวนาทั้ง 4 ตำบล ของ อ.วชิรบารมี และ อ.ไทรงาม เนื่องจากพื้นที่ทำนา พื้นที่ปลูกอ้อย รวมแล้วนับหมื่นไร่กำลังเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งอย่างหนัก ซึ่งผลจากการเจรจาขอน้ำ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัว ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเจรจาและยอมที่จะเปิดประตูส่งน้ำมาให้ตามที่ร้องขอ โดย น้ำดังกล่าวจะไหลเข้าสู่คลอง 1 LMC หนองคล้า-รังนก แต่ต้องเป็นไปตามรอบเวร ผลจากการเจรจาและการดำเนินการเป็นที่พอใจ กลุ่มชาวนา-กลุ่มชาวไร่อ้อย จาก อ.วชิรบารมี และจาก อ.ไทรงาม พึงพอใจ จึงได้แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ก็ได้ทิ้งท้ายว่าถ้าวันที่ 8 ก.ย. 2563 น้ำยังไม่ไหลมาถึงพื้นที่ดังกล่าว วันที่ 9 ก.ย. 2563 ก็จะยกพวกมาที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักาวังบัวอีกครั้ง ซึ่งความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะได้รายงานสถานการณ์ให้ทราบต่อไป