เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 มิ.ย.60 ที่ กองบังคับการปราบปราม นายกิ่งแก้ว โยมเมือง หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายกลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น พร้อมด้วย น.ส.สกุลรักษ์ แก้วดอนไพร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 4 ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สมนึก สันติภาตะนันท์ สว(สอบสวน).กก.2บก.ป. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์หลังตนและสามี(นายพูลสวัสดิ์ หมายมั่น อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 ม.4 ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น) ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หนองขาม จ.ชลบุรี กลั่นแกล้งยัดข้อหายาเสพติดและรีดไถทรัพย์ โดยนำหลักฐานเป็นภาพถ่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เอกสารบันทึกจับกุม และเอกสารอื่น ๆ มามอบให้เพื่อประกอบการพิจรณาคดี

น.ส.สกุลรักษ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค. เวลาประมาณ 14.00 น. ที่ผ่านมา ได้มีชาย 3 คน เดินเข้ามาภายในร้านขายกุ้งสวยงามซึ่งเป็นร้านของตนและสามี ตั้งอยู่หลังตลาดวรกิจ ต.บ้านบึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยทำทีมาสอบถามราคากุ้ง ซึ่งตนคิดว่าเป็นเจ้าหน้ากรมประมงที่มาตรวจสอบเรื่องการขายกุ้ง จึงได้เดินไปหยิบเอกสารที่อยู่ในห้องนอน จากนั้นชาย 2 ใน 3 ได้เดินตามเข้ามาภายห้องนอนโดยไม่ได้ขออนุญาตตน พร้อมเข้ารื้อค้นภายในห้อง ด้วยความตกใจจึงรีบปลุกสามีที่นอนหลับอยู่ให้มาดูเหตุการณ์ ในระหว่างการตรวจค้นก็ไม่มีการแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่มาจากหน่วยงานไหน

น.ส.สกุลรักษ์ กล่าวต่อว่า หลังจากตรวจค้นในห้องนอนไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ชายทั้ง 2 คน จึงสั่งให้ตนกับสามีนั่งรอในห้องนอนโดยมีชายอีกคนเฝ้าไว้ ส่วนอีกคนออกไปตรวจค้นภายนอกห้องแต่ไม่ทราบว่าจุดไหน ไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมกับยาบ้าจำนวน 80 เม็ด และปืนปากกาแยกชิ้นส่วนไม่พร้อมใช้งาน จากนั้นชายทั้ง 2 ได้ตามชายอีก 1 คน เข้ามาโดยเรียกว่า”ผู้กอง” เข้ามาทำการสอบปากคำสามีตน โดยการสอบปากคำสามีชายทั้ง 3 คน ได้พูดจาข่มขู่ว่าถ้าไม่รับสารภาพจะดำเนินคดีกับตนด้วย หากไม่อยากให้เดือนร้อนก็นอมรับมาแต่โดยดี
แต่ทางสามีได้ปฏิเสธไปว่าไม่ใช่ของตนจริง ๆ ส่วนปืนปากกายอมรับว่าเป็นของสามีแต่ไม่อยู่ในสภาที่พร้อมใช้งาน

น.ส.สกุลรักษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทางชายทั้ง 3 ได้นำทรัพย์สินของตนประกอบไปด้วย สร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ น้ำหนักรวมประมาณ 2 บาท เงินสด 7,000 บาท และเงินในกระปุกออมสิน 3000 บาท ก่อนที่จะพาตนและสามีขึ้นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีเทา หมายเลขทะเบียน ขธ 8386 ชลบุรี ซึ่งได้ขับวนไปมาประมาณ 2 - 3 ชม. ทั้งนี้ระหว่างที่อยู่ในรถชายที่เรียกตนเองว่าผู้กองได้พูดถึงเรื่องเงิน 100,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว แต่ตนตอบกลับไปว่าไม่มีเงินมากขนาดนั้น มีทรัพย์เท่าที่ยึดมาเท่านั้น อย่างไรก็ตามในระหว่างทางได้มีการจอดแวะร้านอุปกรณ์ช่าง โดยตัวผู้กองได้ลงไปซื้อน็อตและสปริง แล้วกลับเข้าในรถ และได้ทำการประกอบปืนปากกาให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้

“หลังจากพานั่งรถอยู่นานทางชายทั้ง 3 คน ก็พาตนกับสามีมาที่สภ.ย่อยหนองขาม ก่อนที่จะนำตัวสามีเข้าไปในห้องสอบสวน ส่วนตนยังนั่งอยู่บนรถ โดยทางผู้กองยังได้พูดคุยถึงเรื่องเงินหนึ่งแสนบาท แต่ตนก็ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่เงินพอ จากนั้นจึงได้นำตนเข้าไปในห้องสอบสวนพร้อมกับเจรจาว่าทางตำรวจจะปล่อยตัวตนแต่จะยึดทรัพย์สินไว้ ส่วนสามีจะถูกดำเนินคดีในข้อหาตรอบครองยาเสพติดไว้เพื่อจำหน่ายและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” น.ส.สกุลรักษ์ กล่าว

น.ส.สกุลรักษ์ กล่าวอีกว่า ต่อมาได้ทำการ้องเรียนไปยังผกก.หนองขาม ว่าถูกกระทำแบบนี้ ทางด้านผกก.หนองขามก็ได้เรียกตนเข้าพบเพื่อพูดคุย โดยทางผกก.ได้เรียกผู้กองคู่กรณีมาพบ ก่อนที่จะให้นำทรัพย์สินมาคืน แต่ทางผู้กองไม่สามารถนำมาคืนได้เนื่องจากนำไปขายแล้ว ทางผกก.จึงให้นำเงินจำนวน 36,000 บาท มาคืนให้แทน เพื่อจบปัญหา แต่อย่างไรก็ตามตนยังคาใจกับการที่ถูกยัดข้อหาและรีดไถเงิน จึงตัดสินใจเข้ามาแจ้งความกับทางกองบังคับการปราบปราม เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเองและสามี ซึ่งในขณะนี้สามีตนถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษพัทยา

ด้าน พ.ต.ท.สมนึก กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ก่อน พร้อมรับเอกสารที่ทางผู้เสียหายมามอบให้นำไปประกอบการพิจรณา โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาต่อไป