น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.โพสต์ เฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า...เด็กมัธยมเข้าแถวชูสามนิ้ว ผูกโบว์ขาวต่อต้านเผด็จการลามไปหลายโรงเรียนทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด เป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิด มีผู้วิเคราะห์ไว้หลายสาเหตุ ผมไม่คิดว่าเป็นเหตุการณ์ปรกติในสังคมไทยเชื่อมโยงไปกับเหตุการณ์ที่เคยเกิด เช่นกรณีเนติวิทย์เมื่อหลายปีก่อน และสอดรับกับแนวคิดของพรรคก้าวไกลและกลุ่มก้าวหน้าของแกนนำพรรคอนาคตใหม่เดิม เมื่อโยงไปถึงปรากฎการณ์ในการเลือกตั้งสส.ทั่วประเทศที่มีกระแสเลือกคนรุ่นใหม่จากพรรคอนาคตใหม่ จึงคิดว่าเป็นเรื่องต่อเนื่องมีผู้วิเคราะห์ว่ามีต่างชาติโดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจหนุนอยู่
เบื้องหลัง แม้จะเชื่อว่าถ้ามีเหตุการณ์ลุกลามถึงกับเสียเลือดเนื้อแล้วต่างชาติจะได้ประโยชน์เหมือนในตอ.กลาง แต่ก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนนอกจากการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์สร้างความโกรธแค้นให้กับคนไทยทั้งประเทศที่จงรักภักดี เสี่ยงต่อเหตุการณ์ซ้ำรอย6ตค.19
ที่น่าเชื่อคือการใช้สื่อSocial mediaให้เป็นประโยชน์ ในการปลุกกระแสชุมนุม การนัดหมาย และแสดงสัญญลักษณ์ให้พร้อมเพียงกันเป็นตัวเรียกการชุมนุม
การแก้ไขกระทรวงศธ.และรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้เด็ก ต้องมีเวทีพูดคุยระหว่างครู ผู้ปกครอง และเด็กสถาบันครอบครัวกำลังจะล้มเหลวที่สร้างความแปลกแยกทางความ
คิดระหว่างวัย พ่อแม่และผู้ปกครองที่ไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนชี้ทางที่ถูกที่ควรเพราะไม่มีเวลาและต้องทำมาหากิน ทำให้มีผู้ไม่หวังดีใช้ช่องทางสอดแทรกได้ง่าย โดยเฉพาะการใช้เงินทุนจากกองทุนและมูลนิธิจากตปท.ต้องป้องกันบุคคลภายนอกเข้าไปสร้างความเข้าใจผิดๆให้กับเด็ก โดยเฉพาะประชาธิปไตยที่เด็กต้องการสิทธิเสรีภาพในบ้านเท่าเทียมกับพ่อแม่ และเท่าเทียมกับครู
ข้อสำคัญครูต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการใช้อำนาจ การชุมนุมเพื่อแสดงสัญญลักษณ์ ควรปล่อยให้เด็กทำได้ภายในรั้วโรงเรียนเพราะจะปลอดภัยกว่าการนัดไปชุมนุมข้างนอก การเชิญวิทยากร
ภายนอกที่มีความรู้และทักษะไปบรรยายจะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
ถ้าไม่สร้างเงื่อนไขเพิ่ม ใช้กลไกสภาในการพูดคุยเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ Flash mobของเด็กก็อาจเบาลงได้ และ
ถึงเวลาที่พ่อแม่และผู้ปกครองต้องปรับตัวเพื่อเอาลูกหลานที่บริสุทธิ์ คืนมาแล้วครับ