วันที่ 21 ส.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลาประมาณ 12.00 น. บริเวณ ชั้น 2 อาคารัฐสภา ห้องทำงานของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเดินทางกลับจากการแจ้งความดำเนินคดีกับนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ปรากฏเป็นข่าวครึกโครมในช่วงเย็น เมื่อวานนี้ (20 ส.ค.) โดยได้เดินทางเข้ามาพบนายชวน เพื่ออธิบายถึงปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นและขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร สอบจริยธรรมนายมงคลกิตติ์ ด้วยโดยใช้เวลาคุยประมาณ 15 นาที ก่อนออกจากทำงานของนายชวน ปรากฏว่า นายมงคลกิตติ์ ยืนรอต่อคิวเพื่อเข้าพบนายชวน เช่นกันโดยทั้งคู่ได้มองหน้ากันแต่ไม่ได้มีการทักทาย หรือพูดคุยใดๆ โดยนายมงคลกิตติ์ ได้เข้าพบนายชวน ประมาณ 10 นาทีก่อนออกจากห้องไป

จากนั้นเวลา12.30น. ที่รัฐสภา นายชวน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างนายสิระ กับนายมงคลกิตติ์ ว่า บอกตรงๆมาภาพพจน์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ต้องแยกระหว่างคนหมู่ใหญ่กับ คน2 คน ออกจากกัน อย่าเหมาว่าทุกคนในสภา จะมีสภาพแบบนี้ ตนตั้งใจว่าจะให้ทั้ง2คนได้พบกันและคุยกัน เพราะว่าถ้าไม่คุยกันจะยิ่งขัดแย้งกัน โดยนายสิระ ยืนยันว่าจะเรื่องส่งกรรมการจริยธรรม พอดีกับสัปดาห์ที่แล้ว เรากำลังประชุมกรรมการจริยธรรม เพื่อมอบให้นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ไปร่างระเบียบ วิธีปฏิบัติก็จะเป็นหนึ่งในเรื่องที่ รวมเอาไว้เพื่อเสนอคณะกรรมการจริยธรรมต่อไป

นายชวน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องความรุนแรง ขอร้องว่าอย่าให้เกิดขึ้น การขัดแย้งเรื่องวาจาไม่เป็นไร ค่อยว่ากันแต่เรื่องความรุนแรงอย่าให้เกิดขึ้น ตนพยายามที่จะเชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาคุยกัน แต่ทั้งคู่ไม่ยอม มาคุยกัน โดยคนที่ยืนกรานว่าจะไม่ขอคุยคือนายสิระ ซึ่งทางฝ่ายของนายมงคลกิตต์ เองก็ไม่ต้องการเช่นกัน

เมื่อถามว่า หากมีการต่อยหรือตีกันในสภาฯจริงๆจะมีบทลงโทษอย่างไรบ้าง นายชวน กล่าวย้ำว่า “บอกแล้วว่ายังไงก็อย่าให้เกิดขึ้น ผมคิดว่าดีที่สุดคือเอาคำพูดของแต่ละฝ่าย มารวบรวม เรียบเรียงว่าเริ่มต้นอย่างไร ใครเป็นผู้ก่อเรื่องขึ้นมาก่อน และเรื่องตามมาอย่างไร ส่วนเรื่องที่บอกว่าจะเอาให้ฟันร่วงหมดเลย เขาก็ยืนยันว่าเขาจะไม่ทำ”