บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา แจงผลงานครึ่งแรกปี 2563 แกร่ง กำไรสุทธิพุ่งเกือบ 85% แตะ 33.34 ล้านบาท หลังยอดขาย “ผลิตภัณฑ์สุขภาพและชะลอวัย” เติบโตโดดเด่น รับอานิสงค์ COVID-19 กระตุ้นผู้บริโภคหันใส่ใจสุขภาพมากขึ้น พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ได้ระดับสูง 16.65% หลังคุมเข้มต้นทุนและค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นกด SG&A เหลือ 41% มั่นใจแนวโน้มครึ่งปีหลังเติบโตดีต่อเนื่อง หลังเตรียมเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่-ขยายตลาด พร้อมรับรู้รายได้จาก “โมเดิร์น ฟาร์มา” หนุนภาพรวมรายได้ทั้งปีแตะ 500 ล้านบาทตามเป้าหมาย

ดร.ทรงวุฒิ ศักดิ์ชลาธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคน และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกปี 2563 (ม.ค.-มิ.ย.) ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 33.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 85% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีรายได้สุทธิ จำนวน 200.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์สุขภาพและชะลอวัยที่เพิ่มขึ้นเกือบ 41% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์โปรไบโอติก อาทิ Probac ผลิตภัณฑ์สร้างสมดุลย์ให้กับลำไส้-ป้องกันโรคและชะลอวัย, PreBo ผลิตภัณฑ์เสริมมวลกระดูก และผลิตภัณฑ์วิตามินรวม (Multivitamin) ที่ได้รับอานิสงค์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้ผู้บริโภคหันมาดูแลใส่ใจเรื่องของการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายมากขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดโรค

ขณะเดียวกันบริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรไว้ได้ในระดับสูง โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ระดับ 61.63% ปรับเพิ่มขึ้นจาก 56.34% ในช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และได้ปรับลดค่าใช้จ่ายด้านกิจกรรมการตลาดบางรายการให้สอดคล้องเหมาะสมกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A Costs) ปรับลดลงจาก 45% ในช่วงเดียวกันปีก่อน เหลือ 41% ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 16.65% ปรับเพิ่มขึ้นจาก 9.7% ในช่วงเดียวกันปีก่อน

สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2563 มั่นใจเติบโตดีต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกตามแผนงานที่วางไว้ โดยบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดูแลสุขภาพให้กับผู้บริโภค อาทิ เช่น ผลิตภัณฑ์ด้าน Homeopathy จากบริษัท Boiron (บัวฮอง) ซึ่งเป็นบริษัทด้าน Homeopathy อันดับหนึ่งของโลกจากประเทศฝรั่งเศส,Probiota BL (โพรไบโอต้า บีแอล) ผลิตภัณฑ์โปรไบโอติก ที่ทางบริษัทร่วมมือกับสถาบันวิจัยในประเทศแคนาดา สำหรับเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ ลดผื่นแพ้ และรักษาโรคท้องเสียในเด็กตั้งแต่แรกเกิด,ProImmo (โปรอิมโม) ที่ทางบริษัทร่วมกันพัฒนากับบริษัทคู่ค้า ประเทศญี่ปุ่น ProImmo ประกอบด้วย โปรตีนที่สำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน sIgA และ IgG ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและการเจริญเติบโตในเด็ก ลดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ และ VITAMUNE (ไวต้ามูน) ที่ทางบริษัทร่วมกันพัฒนากับบริษัทคู่ค้า ประเทศเยอรมนี ซึ่งจะช่วยลดอาการภูมิแพ้ ต้านอนุมูลอิสระ และอาการอักเสบที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคเรื้อรัง

นอกจากนี้ยังเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มเติม และการมุ่งเน้นบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งจะเริ่ม Consolidate รายได้จาก “โมเดิร์น ฟาร์มา” หลังกระบวนการซื้อ-ขายเสร็จสมบูรณ์ สามารถโอนหุ้นทั้งหมด 100% ได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมทั้งปี 2563 รายได้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 500 ล้านบาท หรือเติบโต 30% เมื่อเทียบจากปีก่อนที่ทำได้ 375.88 ล้านบาท พร้อมทั้งรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 60% จากปีก่อนที่ 57.61% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ในกรอบ 16-20% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 11.57%