กรมทรัพย์สินทางปัญญาจับมือดีอีเอส-กสทช.-ตำรวจ ปิดเว็บละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา คุมเข้มผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ดำเนินการตามคำสั่งศาล ระบุต้องปิดภายใน 15 วัน เพิกเฉยถูกปรับ 2 แสน

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พร้อมเจ้าของสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมมือปิดเว็บไซต์ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 20 (3) โดยเพิ่มการติดตามการดำเนินการของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ISP ให้ปิดเว็บไซต์ละเมิดรัพย์สินทางปัญญาตามคำสั่งศาล หากเกินระยะเวลาที่กำหนดอาจต้องระวางโทษปรับสูงสุดถึง 200,000 บาท

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะทำงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในสื่อสังคมออนไลน์ได้ประชุมหารือเรื่องการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างจริงจัง โดยมีหน่วยงานต่างๆร่วมพิจารณาถึงแนวปฏิบัติในการดำเนินการดังกล่าว โดยกรมได้จัดทำแนวทางการปฏิบัติในการระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตามมาตรา 20 (3) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเกิดจากการหารือกับทุกภาคส่วน โดยแนวทางปฏิบัติดังกล่าวเพิ่มขั้นตอนการติดตาม ผลการดำเนินการตามคำสั่งศาล ซึ่งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะต้องดำเนินการปิดเว็บไซต์ละเมิดฯภายใน 15 วัน หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลอาจต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาทและปรับเป็นรายวันอีกไม่เกิน 5,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการให้เรียบร้อย

โดยตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 จนถึงมิถุนายน 2563 ศาลมีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออกจากเว็บไซต์ไปแล้ว 36 คำสั่งรวมกว่า 1,501 URLs ซึ่งต่อไปจะนำแนวทางการปฏิบัติฯที่คณะทำงานเห็นชอบร่วมกันมาบูรณาการการทำงาน เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะมีบทบาทในการรับคำร้องจากเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาและรวบรวมข้อมูลต่างๆก่อนประสานกระทรวงดิจิทัลฯตรวจสอบและยื่นคำร้องต่อศาลให้ออกคำสั่งระงับฯไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต โดยมี กสทช. รวมทั้งเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาคอยกำกับติดตามเพื่อให้มั่นใจยิ่งขึ้นว่ามีการดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ละเมิดฯดังกล่าวตามคำสั่งศาลต่อไป

สำหรับกรมทรัพย์สินทางปัญญาขอความร่วมมือประชาชนไม่สนับสนุนการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น หากพบเห็นเว็บไซต์ละเมิดฯ โปรดรวบรวมหลักฐานและแจ้งข้อมูลมายังกองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์