เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพเเละประธานสถาบันพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย-จีน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่าตอนนี้กระเเสข่าวบุคคลของหลายพรรค เเละว่าที่ผู้สมัครอิสระได้รับความสนใจจากสื่อ เเละสังคมอีกครั้ง เพราะรัฐบาลบอกเเล้วว่าปลายปีนี้น่าจะมีบทสรุปว่าท้องถิ่นใดจะได้จัดการเลือกตั้งก่อน ตรงนี้เป็นสิ่งน่ายินดีที่คนกทม.จะได้ใช้สิทธิเลือกผู้บริหารกทม.อีกครั้ง โดยตนเเสดงความสนใจ เเละพร้อมลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.โดยเสนอเเนวนโยบายสุขภาวะของคนกทม.หลากมิติโดยเฉพาะการตื่นตัวในกรณีการระบาดของไวรัสโควิด-19

นายพันธ์ยศ กล่าวว่า หากพิจารณา
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 โดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ได้เสนองบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เพื่อให้สภา กทม.พิจารณา วงเงิน 75,500 ล้านบาท โดยจำแนกตามโครงสร้างแผนงานได้ 7 ด้าน ดังนี้

1.ด้านการบริหารทั่วไป 24,216,700,050 บาท

2.ด้านการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย 13,664,241,270 บาท

3.ด้านการโยธาและระบบจราจร 12,533,774,950 บาท

4.ด้านการระบายน้ำและบำบัดน้ำเสีย 7,323,197,200 บาท

5.ด้านการพัฒนาและบริการสังคม 6,144,702,980 บาท

6.ด้านการสาธารณสุข 6,792,455,330 บาท

7.ด้านการศึกษา 4,824,928,120 บาท

นายพันธ์ยศ กล่าวว่า หากมองตัวเลขการสาธารณสุขที่กทม.ตั้งไว้กับภาวะจริงในวันนี้ไม่รวมกับตัวเลขที่รัฐบาลอาจจะช่วยเหลือนั้น เเนวนโยบายสุขภาวะที่ตนเสนอชุดความคิดต่อสังคมไปนั้นอาจไม่สอดรับกันเพราะภาวะไวรัสโควิด-19ที่ระบาดตอนนี้น่าจะทอดเวลาไปอีก1-2ปีเเละลามไปยังภาคส่วนอื่นเเบบเป็นลูกโซ่ หากปรับงบด้านอื่นให้สอดรับกับเเนวนโยบายสุขภาวะเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันคนกทม.เเละใกล้เคียงรวมทั้งเปิดนโยบายเมดิคัลฮับตามกระเเสธุรกิจโลกในวันนี้เเละวันหน้า ตรงนี้จะสร้างความเเข็งเเกร่งเเละชื่อเสียงให้กทม.ได้ดีขึ้นเเละขึ้นชั้นระดับโลก

นายพันธ์ยศ กล่าวว่า น้ำหนักงบกทม.ไปตกอยู่ที่การรักษาความสะอาด การจราจรเเละการระบายน้ำ ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เป็นเเผลเรื้อรังเเละควรผ่าตัดใหญ่อย่างจริงจัง หากปรับหรือโยกงบตรงนี้ไปได้ งบอื่นๆของกทม.จะได้รับปันส่วนเพิ่ม คนกทม.เเละใกล้เคียงจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตรงนี้ตนพร้อมเสนอชุดความคิดผ่าตัดใหญ่เมืองหลวงไทย เพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชนที่จะได้เพิ่มชึ้นเเละเป็นเเบบอย่างของโลก ในวันข้างหน้า

นายพันธ์ยศ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้ไปพบกับสถานที่ต่างๆเช่น บ้านเมตตา กองทัพภาคที่1เพื่อมอบอุปกรณ์ป้องกันไวรัสโควิด-19 เพราะได้รับเสียงสะท้อนมาว่ายังขาดอุปกรณ์ป้องกันการระบาดไวรัสโควิด-19อยู่พอสมควร ดังนั้นหากลดงบบางด้านมาใช้ดูเเลสุขภาวะของประชากรในกทม.ได้ ตรงนี้จะเพิ่มความเข้มเเข็งด้านร่างกายของคนกทม.ได้