เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชกรณียกิจ ทรงสืบสานพระราชปณิธานทุกด้าน การศึกษา ศาสนา สังคม สาธารณสุข การทหาร ศิลปวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยังประโยชน์แก่บ้านเมืองอเนกประการ
การศึกษา สร้างโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้วิทยาการเพื่อการพัฒนาโดยเฉพาะผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างโรงเรียนมัธยมในภูมิภาคทั่วประเทศ และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ 13 แห่ง พระราชทานทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่เรียนดี ประพฤติดี ฐานะยากจน ทั้งในสายมัธยม ปริญญาตรี ครอบคลุมถึงสายอาชีพอื่นๆ เช่น การแพทย์พยาบาล และเกษตร เสด็จฯ ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาทุกปี

การเกษตร ตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตรทุกแขนง พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์สร้างศูนย์เรียนรู้เกษตรบนพื้นที่สูงภาคเหนือ เรียกว่า “โครงการเกษตรวิชญา” ที่จังหวัดเชียงใหม่ สืบสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ ติดตามผลการดำเนินงานโครงการฯ และเชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ราษฎร ทหารและตำรวจตระเวนชายแดน

ศิลปวัฒนธรรม มีพระราชหฤทัยตั้งมั่นที่จะทรงสืบสานเพื่อธำรงไว้ซึ่งมรดกศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ อาทิ ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ศิลปะการแสดงนาฏศิลป์ โขน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงที่ถือเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ ดนตรี ทรงรับวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพไว้ในพระราชูปภัมภ์ ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร และทรงสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวกับงานวรรณกรรมของชาติ
การศาสนา มีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง และทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธมามกะขณะที่ทรงผนวช และในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562

การแพทย์และการสาธารณสุข ทรงตระหนักว่าปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มั่นคง ดูแลราษฎรของชาติให้ผาสุกปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ทรงเล็งเห็นปัญหาการขาดแคลนแพทย์และการบริการสาธารณสุข พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่ “โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช” ในท้องถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ ทรงเป็นประธานอำนวยการจัดสร้างอาคาร “ศูนย์โรคหัวใจ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ณ โรงพยาบาลศิริราช เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ จัดตั้งโครงการกาญจนบารมี เป็นศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ณ จังหวัดปทุมธานี พระราชทานนามว่า “ศูนย์มหาวชิราลงกรณ ธัญบุรี” ถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถ ในโอกาสมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี รวมทั้งทรงพระกรุณโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงพยาบาลสงเคราะห์พระสงฆ์อาพาธในภูมิภาค เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 50 พรรษา

นอกจากนี้ พระราชทานเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ และรถพยาบาลให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ และพระราชทานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทานฯ ดูแลรักษาประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ และในช่วงที่ประเทศเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ทรงพระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย เพื่อกระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ประโยชน์ และให้หน่วยราชการในพระองค์ นำสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ไปมอบแก่คนไร้ที่พึ่ง ผู้สูงอายุ ในสถานสงเคราะห์และชุมชนต่างๆ

โครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้น เพื่อรวมความสมัครสมานสามัคคีของคนทั้งชาติ ทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ได้พระราชทานสิ่งของ อาทิ หมวก ผ้าพันคอ และสมุดบันทึกความดีพระราชทาน เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ประชาชนทุกคนที่มีจิตเป็นกุศล โดยมุ่งมั่นทำความดีแก่ส่วนรวม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยและตระหนักถึงความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เพื่อความผาสุกสมบูรณ์ของปวงชนชาวไทยและความเจริญก้าวหน้าของชาติบ้านเมือง จึงมีพระราชปณิธานสืบสานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ดังพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

คัดจาก นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563, กระทรวงวัฒนธรรม, เรียบเรียง