“หมอเหรียญทอง” เดือด! พร้อมตั้ง “กองทัพประชาชน” ปกป้อง “สถาบันพระมหากษัตริย์”ชนขบวนการล้มล้างสถาบัน ด้าน“ชลน่าน”เตือนรัฐบาลอย่าประเมิน “ม็อบนักศึกษา”ต่ำ เตือนอย่าใช้กำลังคุกคาม หวั่นลุกลามปานปลายเกินควบคุม พร้อมแนะ6แนวทางผ่าทางตัน “ประมวล เอมเปีย ”นั่ง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินคนใหม่

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.63นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการชุมนุมเรียกร้องของเยาวชนปลดแอก และสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่เริ่มขยายวงกว้างออกในทุกจังหวัด ว่า รัฐบาลอย่าได้ประมาท ประเมินสถานการณ์ต่ำเตี้ยและใช้มาตรการคุกคามระงับยับยั้งขัดขวางการชุมนุม เพราะจะเป็นเหตุให้ลุกลามขยายวงกว้างจนยากจะควบคุม โดยนายกฯควรใช้ภาวะผู้นำกล้าตัดสินใจหาทางออกให้ประเทศ คือ1.นายกฯ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร. และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องควรเปิดเวทีรับฟังข้อเสนอโดยตรง 2.เจรจาทำสัญญาประชาคมเพื่อนำข้อเรียกร้องสู่การปฏิบัติที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ 3.หยุดคุกคามผู้ชุมนุม ผู้เห็นต่างทางการเมือง รวมทั้งคุ้มครองสิทธิเสรี ภาพตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย 4.แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 3 เดือน เฉพาะมาตราที่กำหนดให้มีสสร. ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และแก้ระบบการเลือกตั้ง ที่เป็นบทเฉพาะกาล ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย 5.กำหนดเวลา ยุบสภาหลังจากแก้รธน.เสร็จ 3 เดือน แล้วจัดการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม 6.ตั้ง สสร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ภายใต้รัฐบาลใหม่ เชื่อว่าทางออกนี้ต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ด้าน พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ผมเคยโพสต์เมื่อเกือบสิบปีแล้วว่าขบวนการบั่นทอนสถาบันพระมหากษัตริย์จะล้างสมองตั้งแต่เด็กในวัยเรียนเมื่อเริ่มใช้คอมพิวเตอร์เป็น แล้วจะอาศัยสังคมออนไลน์ปลูกฝังความจงเกลียดจงชังต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าทุกครอบครัวใส่ใจบุตรหลานของตน ถ้าทุกสถาบันการศึกษาทั้งรัฐและเอกชนใส่ใจการคัดสรรครูอาจารย์ที่มีทัศนะที่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อเป็นแม่แบบของนักเรียนนักศึกษา ถ้าทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจริงจังคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานและกล้าปลดข้าราชการชั่วออกไปเสียจากระบบราชการ ให้โอกาสคนดีที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มีงานมีความเจริญก้าวหน้ามีโอกาสในสังคม ความสงบเรียบร้อยภายในชาติก็คงจะไม่สามานย์เช่นนี้ มีหัวโจกและแนวร่วมขบวนการจัญไรขู่ว่าหากไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมและครอบครัวจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่บนแผ่นดินนี้ ผมไม่เคยถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท ไม่เคยใกล้ชิดพระเจ้าแผ่นดินตลอดจนทุกพระองค์ในพระบรมวงศานุวงศ์ ไม่เคยได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานเหรียญตราหรือเครื่องราชอิศริยาภรณ์ใดๆ และผมขอประกาศให้ทราบทั่วกัน ณ ที่นี้ว่า “หากราชอาณาจักรไทยไม่มีพระเจ้าแผ่นดินเป็นพระประมุข ผมก็จะไม่ดำรงชีวิตอยู่บนแผ่นดินใหม่ที่เป็นสาธารณรัฐจัญไรหรอกครับ แต่ผมจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ดังคำสัตย์ปฏิญาณของผมที่ถวายต่อจอมทัพภูมิพลมหาราช”

“ผมไม่มีความเป็นห่วงใดๆ ต่อครอบครัวของผม เพราะครอบครัวเรามีศักยภาพพอที่จะสามารถใช้ชีวิตในหลายประเทศโดยไม่จำเป็นต้องขอสถานะผู้ลี้ภัย แต่หากต้องเป็นเช่นนั้นจริง ผมและครอบครัวถือว่าตระกูลของเราได้ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณราชวงศ์จักรีที่มีต่อบรรพบุรุษของเรามาตั้งแต่รัชสมัยพระนั่งเกล้าฯ เรากลับจะต้องภาคภูมิใจเสียด้วยซ้ำที่ไม่เคยเนรคุณและได้ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่เป็นพระบรมโพธิสมภาณจนครอบครัวของเรามีวันนี้ …แต่ผมเป็นคนเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นดำรงความมุ่งหมายครับ ถ้าจะเกิดมิคสัญญีบนราชอาณาจักรไทยมีการใช้กำลังความรุนแรงประหัตประหารเพื่อล้มล้างพระเจ้าแผ่นดินเมื่อไหร่ เมื่อนั้นผมจะประกาศจัดตั้ง “กองทัพประชาชนเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์” ทันที คนอย่างผมไม่ได้มีแค่ผมคนเดียว และผมเชื่อมั่นว่าเขาทั้งหลายจะร่วมรบกับผมเพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์และระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

“ผมยึดหลักนิยมการรักษาความมั่นคงของชาติในสถานการณ์ปกติด้วยการไม่ประหัตประหารชีวิตใคร ผมจะใช้หลัก นิยมในการต่อสู้ด้วย ‘มาตรการสังคม’ ต่อต้านคนจัญไรเพื่อจำกัดขอบเขตการดำรงชีวิตในสังคมของคนเหล่านี้ ผมจะไม่ใช้ ม.112 นะครับ…ผมจะจัดการข้าราชการเลวๆเพื่อเป็นตัวอย่างให้ได้มี ‘อนาคตใหม่ ได้ก้าวไกล’ ไปกับความเพ้อเจ้อเพ้อฝันด้วยการทำให้คนจัญไรเหล่านี้ “หมดอนาคตและก้าวไกลจนตกเหวนรกทั้งเป็น”…และผมจะทำไปเรื่อยๆ จัดการไปเรื่อยๆ และทำเป็นงานอดิเรกของผมครับ”

นายประมวล เอมเปีย หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินคนใหม่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 63 ที่ผ่านมา ทางพรรคเพื่อแผ่นดินได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี2562 ขึ้นที่โรงแรมเชียงใหม่ออคิด โดยที่ประชุมมีวาระพิจารณา 4 เรื่องคือ 1.เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ 2.รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่1/2562 3.เรื่องเพื่อพิจารณา ได้แก่ รายงานงบการเงินของพรรคในรอบปี พ.ศ.2562 และรายงานผลการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปี พ.ศ.2562 รวมถึงการแก้ไขข้อบังคับพรรค การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคและการเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง และ 4. เรื่องอื่น ๆ

ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งคณะกก.บห.พรรคเพื่อแผ่นดินชุดใหม่ จำนวน 11 คน ได้เลือกตนขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค พร้อมคณะกก.บห.พรรค ประกอบด้วย 1. นายประมวล เอมเปีย หัวหน้าพรรค 2. นายไตรเทพ รัตนาจารย์ รองหัวหน้าพรรค คนที่หนึ่ง 3.นายเฉลิมชัย ตันเจริญ รองหัวหน้าพรรค คนที่สอง 4.พ.ต.อ.สนธยา แสงเภา รองหัวหน้าพรรค คนที่สาม 5.นายสดใส โรจนวิชัย รองหัวหน้าพรรคคนที่สี่ 6.นายโสภณ ศรีมาเหล็ก เลขาธิการพรรค 7.นายมาโนชญ์ เชื้อชาติ เหรัญญิกพรรค 8.นายกฤตธี จันทร์สง่า นายทะเบียนสมาชิกพรรค 9.ว่าที่ ร.ต.พิทักษ์ จิระวนิชกุล โฆษกพรรค 10.นายเอกรินทร์ นิลสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรค 11.นายณรง ชุมพล กรรมการบริหารพรรค Aและ 12.นายชัยพร ภูผารัตน์ กรรมการบริหารพรรค นอกจากนี้พรรคยังได้มีการตั้งกรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด และสมาชิกพรรคที่มีใจรัก มีใจมุ่งมั่นที่จะทำความดีเพื่อแผ่นดิน เพื่อประเทศไทย มาร่วมประชุมประมาณ 300 คน