นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เห็ดเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ประกอบด้วย ใยอาหาร โปตัสเซียมสูง โซเดียม และวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบีที่จะช่วยควบคุมการทำงานของระบบย่อยอาหาร รวมทั้งซีลีเนียม ทำหน้าที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และโปตัสเซียม ที่ช่วยควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ปรับสมดุลของน้ำในร่างกาย การทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทต่างๆ ที่ช่วยเสริมการทำงานของธาตุเหล็ก

นอกจากนี้ เห็ดชนิดต่างๆ เช่น เห็ดหอม เห็ดนางรม เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหูหนู เห็ดแชมปิญอง เห็ดโคน เห็ดออรินจิ และเห็ดเข็มทอง ยังประกอบด้วย โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) ที่จะทำงานร่วมกับแมคโครฟากจ์ (macrophage) ทำหน้าที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย รวมถึงช่วยเสริมภูมิต้านทานที่ดี ซึ่งก่อนนำเห็ดมาปรุงประกอบอาหาร ต้องล้างน้ำให้สะอาดหลายๆ ครั้ง และปรุงให้สุกร้อนก่อนกินทุกครั้ง

“ทั้งนี้ ในช่วงฤดูฝนของทุกปี มักพบผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการกินเห็ดพิษที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเห็ดที่มีพิษรุนแรงถึงชีวิตที่พบได้บ่อยคือ เห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือเห็ดสะงาก และเห็ดไข่ตายซากซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับเห็ดระโงกที่กินได้ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงเห็ดที่มีลักษณะสีน้ำตาล เห็ดที่ปลอกหุ้มโคน เห็ดที่มีวงแหวนใต้หมวก เห็ดที่มีโคนอวบใหญ่ เห็ดที่มีปุ่มปม เห็ดที่มีหมวกสีขาว เห็ดที่มีหมวกเห็ดเป็นรูๆ แทนที่จะเป็นช่องๆ คล้ายครีบปลา เห็ดตูมที่มีเนื้อในสีขาว เห็ดที่ขึ้นในมูลสัตว์หรือใกล้มูลสัตว์ รวมทั้งไม่ควรเก็บหรือซื้อเห็ดป่าที่ไม่รู้จักมาปรุงอาหาร หรือกินแบบดิบเด็ดขาด” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

กองทุนประกันวินาศภัย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน