นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า จากการเปิดลงทะเบียนท่องเที่ยวในโครงการเราเที่ยวด้วยกันตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 พบว่ามีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์จองโรงแรมที่พักแล้วกว่า 4.1 ล้านคน และได้รับการอนุมัติแล้ว 3.9 ล้านคน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล รวมทั้งมีผู้ใช้สิทธิ์จองห้องพักแล้วกว่า 87,960 ห้อง พบปัญหาที่เกิดขึ้น 1.จองแล้วปรากฏว่า ราคาที่พักปรับตัวสูงขึ้น 2.การจองผ่านออนไลน์ทราเวลเอเยนต์ หรือโอทีเอราคาแพงกว่าปกติ ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการว่า ราคาห้องพักที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องไม่สูงกว่าราคาขายในโอทีเอ ซึ่งตกลงกับกระทรวงการคลังไว้ที่ 2% ทำให้ทางททท.ได้เร่งทำการสำรวจและตรวจสอบโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการฯที่มีปัญหา เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบประชาชนเกิดขึ้นอีก

ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวนายประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการมายังกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาให้ทำการสำรวจและตรวจสอบโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบประชาชน ทั้งนี้ ถ้าหากยังขึ้นราคาห้องพักที่ขายผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน จะดำเนินการนำโรงแรมเหล่านั้น ด้วยการขึ้นบัญชีดำ (แบล็คลิสต์) และถอดชื่อโรงแรมออกจากการเข้าร่วมโครงการทันที ตั้งแต่เฟส 1 รวมถึงเฟส 2 ที่กำลังจะเกิดขึ้น และหากพบว่ามีประชาชนจองที่พักไปแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องคืนเงินห้องพักทั้งหมดทันทีด้วย

ทั้งนี้ นายยุทธศักดิ์ ยังกล่าวต่อว่า ถ้าประชาชนพบเห็น แล้วตรวจสอบทีหลังว่า ราคาไม่เป็นตามเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ สามารถแจ้งได้ 2 ทาง คือ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ส่วนที่ 2 คือ Hot Line ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 1672 โดย ทาง ททท.จะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 3 วันก็สามารถดำเนินการกับผู้ประกอบการที่ไม่ดำเนินการตามเงื่อนไข โดยจะถูกถอนสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการ แต่ถ้าเกิดมีการจอง และชำระเงินนไปแล้ว 60% ของในส่วนนักท่องเที่ยวไปแล้วก็จะต้องคืนเงินให้กับประชาชนด้วย

ด้าน นายอุดม ศรีมหาโชตะ อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ เปิดเผยว่า สมาคมโรงแรมไทยได้ประสานสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อขอความร่วมมือโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน กำหนดราคาที่พักเป็นราคาสุทธิ รวมแล้วต้องไม่สูงกว่าราคาที่เสนอขายผ่านช่องทางของผู้ให้บริการจองที่พักและการท่องเที่ยวออนไลน์ หรือ โอทีเอ เพื่อช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจและสังคมภาคการท่องเที่ยวในประเทศตามมาตรการของรัฐบาล

อีกทั้งถ้าสมาคมฯ พบเห็นโรงแรมที่เป็นสมาชิกไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ ที่กระทรวงการคลังระบุ อาจพิจารณาระงับสิทธิตามโครงการฯ เพื่อดำเนินการ ตรวจสอบ และหากพบว่าโรงแรมกำหนดราคาสูงเกินจริง โรงแรมจะต้องคืนเงินอุดหนุน 40 % ที่ได้รับไปแล้วให้กระทรวงการคลัง ภายใน 7 วัน โดยการตัดสินของกระทรวงการคลังถือเป็นที่สุด