นายอัคบาร์ อัล บาเกอร์ ประธานบริหารกลุ่มสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส กล่าวว่า จากที่กาตาร์ แอร์เวย์สได้ติดตามสถานการณ์โควิด-19 อย่างต่อเนื่องและประเมินความต้องการของผู้โดยสารและสินค้าคาร์โกในช่วงดังกล่าว เพี่อเลือกประเภทอากาศยานให้เหมาะสมที่สุดในแต่ละเส้นทาง ซึ่งจากการประเมินทำให้สายการบินฯ ตัดสินใจใช้ฝูงบินแอร์บัส A350 และโบอิ้ง 787 ช่วยพาผู้โดยสารเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัยและขนส่งสินค้าคาร์โกในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อสนับสนุนกิจการการค้าทั่วโลกและการขนส่งเวชภัณฑ์การแพทย์และสินค้าช่วยเหลือ

ซึ่งทาง กาตาร์ แอร์เวย์ส เป็นสายการบินที่ให้บริการเครื่องบินแอร์บัส A350 มากที่สุดในโลก และเป็นลูกค้าเปิดตัวของรุ่น A350-900 และ A350-1000 โดยปัจจุบันมีเครื่องบิน A350 ทั้งหมดจำนวน 49 ลำ มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 2 ปีครึ่ง และมีรูปแบบการจัดปริมาณที่นั่งเต็มประสิทธิภาพเหมาะสมกับสภาวะปัจจุบัน ทำให้ A350 จัดเป็นเครื่องบินที่เหมาะที่สุดสำหรับแผนฟื้นฟูเครือข่าย นอกจากนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 787 จำนวน 30 ลำก็มีขนาดและปริมาณที่นั่งที่เหมาะสำหรับเส้นทางยุโรปในช่วงฟื้นฟู โดยสรุปแล้วขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกกำลังทยอยปรับตัวดีขึ้น กาตาร์ แอร์เวย์สได้นำเครื่องบินแบบ A350 สำหรับกลยุทธ์เส้นทางบินระยะไกลที่สำคัญ เช่น ทวีปอเมริกา ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก

พร้อมกันนี้ กลุ่มสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ยังมีความเข้มงวดเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการของการวางแผนธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่มีเครื่องบินที่มีอายุการใช้งานน้อยกว่า 5 ปี ถือเป็นฝูงบินที่ใหม่ทันสมัยที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก ทำให้มีความหลากหลายในการดำเนินงานโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องบินประเภทใดประเภทหนึ่ง ส่งผลให้เป็นหนึ่งในไม่กี่สายการบินที่ไม่เคยหยุดให้บริการในช่วงภาวะวิกฤติและยังได้ช่วยขนส่งผู้โดยสารกลับภูมิลำเนากว่า 2 ล้านคน กลายเป็นสายการบินระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายอัคบาร์ กล่าวต่อว่า ในช่วงฟื้นฟูผู้โดยสาร ทางกาตาร์ แอร์เวย์ส์ พร้อมให้บริการเที่ยวบินตามตารางพาทุกคนเดินทางไปยังจุดหมาย โดยจะระงับการให้บริการแอร์บัส A380 จนกว่าความต้องการเดินทางจะเพิ่มขึ้นในระดับที่สมควร ซึ่งจากข้อมูลวิจัยด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมชี้ให้เห็นว่า การใช้อากาศยานขนาดใหญ่เมื่อมีอัตราการขนส่งผู้โดยสารต่ำ ไม่ตอบสนองตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม และไม่มีเหตุผลด้านการพาณิชย์สนับสนุนเพียงพอ ดังนั้นฝูงบินที่เหมาะกับความต้องการทั่วโลกในขณะนี้คือแอร์บัส A350 และโบอิ้ง 787 ซึ่งทันสมัยและมีอายุการใช้งานน้อย