เมื่อวันที่ 15 ก.ค.63 นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา กรมชลประทาน เข้าร่วมการแถลงประจำสัปดาห์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงสถานการณ์น้ำว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศจำนวน 447 แห่ง (ขนาดใหญ่ 35 แห่ง ขนาดกลาง 412 แห่ง) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 31,779 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯ ปริมาณน้ำใช้การได้ 8,136 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ และป่าสักฯ) (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ค.63) ปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 7,460 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 764 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ โดยจะเน้นเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนปีนี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งปีหน้า พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำในการเพาะปลูกพืช ในช่วงที่เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ส่วนพื้นที่ที่เพาะปลูกไปแล้วขอให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำท่าในพื้นที่ช่วยเสริมในกรณีที่น้ำไม่เพียงพอ สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่ได้เริ่มการเพาะปลูกขอให้เริ่มเพาะปลูกหลังกลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป หรือจนกว่าฝนจะตกอย่างสม่ำเสมอ และมีปริมาณน้ำเพียงพอ จึงทำการเพาะปลูกได้