เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 ก.ค.63 พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต. ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี, พ.ต.อ.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ , พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โมรานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี, พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคูคต และ พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้ร่วมกันจับแถลงข่าวการกุมตัวผู้ต้องหา ใช้ไม้ตีทำร้าย นายวีรภัทร คัมภิรานนท์ อายุ 63 ปี ที่ศีรษะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยจับกุมผู้ต้องหาที่ 1-4 ได้แก่ ผู้ต้องหาที่ 1 นางสมจิตร คำพา อายุ 70 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลธัญบุรี ที่ 260/2563 ลงวันที่ 11 ก.ค. 2563 ข้อหา ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกอัตรายดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และหมายจับศาลธัญบุรี ที่ 269/2563 ลงวันที่ 11 ก.ค. 2563 ข้อหา ซ่องโจร และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ผู้ต้องหาที่ 2 นายบรรลุ บุญเริ่ม อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลธัญบุรี ที่ 270/2563 ลงวันที่ 11 ก.ค. 2563 ข้อหา ซ่องโจร และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ผู้ต้องหาที่ 3 นายศุภชัย ถือซื่อ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลธัญบุรี ที่ 267/2563 ลงวันที่ 11 ก.ค. 2563 ข้อหา ซ่องโจร และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ผู้ต้องหาที่ 4 นายอิทธิพล จันทร์ศร อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลธัญบุรีที่ 268/2563 ลงวันที่ 11 ก.ค. 2563 ข้อหา ซ่องโจร และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ส่วนผู้ต้องหาที่ 5 นายประวิทย์ คำโส อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลธัญบุรีที่ 271/2563 ลงวันที่ 11 ก.ค. 2563 ข้อหา ซ่องโจร และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ยังคงหลบหนี

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 เวลาประมาณ 21.00 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดก่อเหตุใช้ไม้ตีทำร้าย นายวีรภัทร คัมภิรานนท์ ที่ศีรษะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บริเวณลานจอดรถเดอะฮับเซียร์รังสิต ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยนายวีรภัทรฯ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า สาเหตุจากการถูกทำร้ายร่างกายครั้งนี้น่าจะเกิดจากการที่ได้กู้ยืมเงินมาจาก “คุณป้าร้อยล้าน” แล้วไม่ได้ผ่อนชำระ จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า คุณป้าร้อยล้าน ดังกล่าว คือ นางสมจิตร คำพา และพบหลักฐานว่ามีการจ้างวานให้คนร้ายไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายวีรภัทรฯ จริง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ยื่นคำร้องต่อศาลออกหมายจับนางสมจิตรฯ ในฐานะผู้ใช้จ้างวาน พร้อมด้วยข้อหาเรียกอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และออกหมายจับนายบรรลุฯ ผู้ต้องหาที่ 2 นายศุภชัยฯ ผู้ต้องหาที่ 3 ซึ่งร่วมกันรับงานดังกล่าวโดยได้รับค่าจ้างรวมในราคา 100,000 บาท และนางสมจิตรฯ ยกหนี้เงินกู้ให้นายบรรลุฯ อีก 20,000 บาท ด้วย ออกหมายจับนายอิทธิพลฯ ผู้ต้องหาที่ 4 ที่ร่วมกระทำผิด และ นายประวิทย์ฯ ผู้ต้องหาที่ 5 ซึ่งเป็นผู้ลงมือก่อเหตุใช้ไม้ตีทำร้ายร่างกายนายวีรภัทรฯ ไว้แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2563 สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ 1-4 ได้และนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคูคต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนนายประวิทย์ฯ ผู้ต้องหาที่ 5 อยู่ระหว่างหลบหนีจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ปัญหาหนี้นอกระบบถือเป็นมะเร็งร้ายที่กระทบชาวบ้านระดับรากหญ้า ต้องถอนรากถอนโคนอย่างจริงจัง ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อของกลุ่มลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบที่เรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยในลักษณะที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน และ สำหรับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน หรือต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับ เงินกู้นอกระบบ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้น 1 อาคารกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพๆ หรือโทรศัพท์สายด่วน 1599 และ 02255 1898 ตลอด 24 ชั่วโมง

แต่จากการสอบสวน นางสมจิตร คำพา หรือป้าร้อยล้าน ให้การยอมรับว่าได้ปล่อยเงินกู้จริง แต่ปฎิเสธ ข้อหา ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกอัตรายดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และข้อหา ซ่องโจร และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ ส่วนผู้ต้องหาทั้งสาม ที่จับมานั้นยอมรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสามไปทำแผนประกอบคับรับสารภาพ ส่วน นายประวิทย์ คำโส อายุ 31 ปี ที่เป็นคนลงมือ และยังหลบหนีหมายจับอยู่นั้น ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งรัดติดตามตัว คาดว่าจะสามารถจับได้ในเร็ววัน

ด้าน นายวีรภัทร คัมภิรานนท์ อายุ 63 ปี ผู้เสียหาย ได้เดินทางมาดูตัวผู้ต้องหา พร้อมกับภรรยานั้น ได้กล่าวว่า รู้สึกดีใจและขอบคุณตำรวจที่เร่งรัดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้ เพราะตนก็ไม่รู้ว่าจะถูกย้อนกลับมาทำร้ายอีกไหม ส่วนคนที่รับจ้างมาตีนั้น ก็ไม่น่าจะรับ อย่างว่าแหละอำนาจเงิน สามารถทำร้ายคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็ยังจะมาทำร้ายกันได้ ส่วนป้า 100 ล้าน ไม่ใช่ว่าโกธรแค้นกันแล้วทำเลย แต่กลับรอถึง 2 ปี ก่อนที่จะมาทำร้ายตน อย่างไรก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ช่วยกันติดตามจนสามารถจับกุมคนร้าย

กองทุนประกันวินาศภัย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน