นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีพยายามผลักดันโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในพื้นทีีจังหวัดสงขลา โดยมีมติเมื่อ 4 ต.ค.2559 ในสมัยรัฐบาล คสช.และได้ พยายามผลักดันมาตลอดโดยอาศัย พรบ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ร.บ ศอ.บต.) ร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ.4 ส่วนหน้า) จนมีมติคณะรัฐมนตรี อีกครั้งเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2562 อนุมัติโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต โดยจะใช้พื้นที่ 3 ตำบล คือตำบลนาทับ ตลิ่งชัน และสะกอม รวมเนื้อที่ทั้งหมด 16,753 ไร่ และจะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือประชาพิจารณ์ที่โรงเรียนจะนะวิทยา ในวันที่ 11 ก.ค. นี้นั้น

ตลอดเวลาที่ผ่านมากระบวนการจัดทำประชาพิจารณ์โครงการดังกล่าว ไม่อาจยอมรับได้ว่าเป็นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือผู้มีส่วนได้เสียตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยเฉพาะตาม ม.58 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “การดําเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดําเนินการ ถ้าการนั้นอาจมี ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดําเนินการให้มีการศึกษา และประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อนํามาประกอบการพิจารณา ดําเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติ”

ทั้งนี้เพราะการจัดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนต้องดำเนินการตามแนวทางที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมประกาศกำหนดที่ออกตามความใน ม.48 และ ม.51/4 แห่ง พรบ.ส่งเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2561 ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับฟังความคิดเห็นตามประกาศดังกล่าวโดยละเอียด ซึ่งจะต้องเปิดให้ประชาชนให้ความเห็นไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงและมีการรับฟังและแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ

แต่ทว่ารัฐบาลโดย ศอ.บต.กลับอาศัยกฎหมายพิเศษดำเนินการ มีการระดมตำรวจและฝ่ายความมั่นคงจาก จ.สงขลา จ.ตรัง จ.พัทลุง จ.สตูล มาควบคุมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากกว่า 4-5 กองร้อย ทำให้การแสดงออกของประชาชนไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่และไม่เป็นอิสระ ร่วมทั้งการนำกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า(กอ.รมน.ภาค4 สน.) ซึ่งมีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคง แต่กลับมาขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวเสียเอง จึงถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจที่ผิดหน้าที่ จึงไม่อาจสร้างความชอบธรรมให้กับโครงการดังกล่าวได้แต่อย่างใด การจัดเวทีประชาพิจารณ์ครั้งนี้จึงเสียเปล่า ขัดต่อกฎหมาย และหาก ศอ.บต.ยังนำการประชุมครั้งนี้ไปแอบอ้าง ก็ถึงเวลาที่ประชาชนจะนำความขึ้นฟ้องร้องต่อศาลต่อไปได้ นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

กองทุนประกันวินาศภัย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน