นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ในฐานะ ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 เวลา 13.30 น.ที่ผ่านมา สหกรณ์ออมทรัพย์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำกัด ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 ณ โรงแรมวรบุรี อยุธยา รีสอร์ทแอนด์สปา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีสมาชิกสหกรณ์ฯเข้าประชุมจำนวน 602 คน จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งสมาชิกมีทั้งหมดราว 25,700 คน เพื่อพิจารณาแก้ไขข้อบังคับสหกรณ์ที่มีประเด็นสำคัญคือ “การยกเลิกสัดส่วนกรรมการฝ่ายข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กับ ฝ่ายข้าราชการส่วนท้องถิ่น” ที่แต่เดิมได้กำหนดให้มีกรรมการฝ่ายละ 7 คน โดยที่ประชุมมีมติเสียงท่วมท้นเกินกว่าสองในสามตามข้อบังคับที่จะต้องใช้เสียงสองในสามของผู้มาประชุม ให้ยกเลิกสัดส่วนดังกล่าว เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ฯมีสิทธิเท่าเทียมกัน ทำให้ต่อไปสหกรณ์ฯแห่งนี้ไม่ต้องแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอีกต่อไป เพราะเป็นสิทธิพื้นฐานของสมาชิกสหกรณ์ทุกคนที่จะเลือกสมาชิกคนหนึ่งคนใดก็ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งกรรมการดำเนินการสหกรณ์ การแก้ไขครั้งนี้เป็นเสมือนการทำลายกำแพงกั้นระหว่างคนท้องถิ่นกับคนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่มีปัญหากันมานาน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า นอกจากการแก้ไขสัดส่วนของกรรมการดำเนินการแล้ว ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้แก้ไขข้อ 7 การงดส่งเงินค่าหุ้นจากเดิมสมาชิกจะงดส่งค่าหุ้นได้ก็ต่อเมื่อส่งมาแล้วไม่น้อยกว่าสองแสนบาท แก้ไขเหลือเพียงหนึ่งแสนบาท ทั้งนี้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพของสมาชิกลง ข้อ 72 แก้ไขให้มีการสรรหาคณะกรรมการดำเนินการโดยวิธีการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีอื่นเพื่อให้สมาชิกเข้าถึงการเลือกตั้งให้มากที่สุด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ต้องการให้สมาชิกสหกรณ์ได้มีส่วนร่วมในการบริหารสหกรณ์ผ่านตัวแทนอันเป็นกระบวนการสำคัญอย่างยิ่งต่อการที่สมาชิกจะใช้สิทธิในการควบคุมการบริหารงานของคณะกรรมการดำเนินการผ่านการเลือกตั้งเช่นเดียวกันการเลือกตั้งผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกประเภท

“ในวันประชุมดังกล่าว คณะกรรมการดำเนินการฯยังได้ขอความเห็นจากที่ประชุมใหญ่ในการเลือกทำเลที่ตั้งสำนักงานสหกรณ์ฯแห่งใหม่ ซึ่งสหกรณ์ฯมีแผนที่จะย้ายที่ตั้งสำนักงานเนื่องจากที่ปัจจุบันมีความคับแคบและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ขอพื้นที่บางส่วนคืนแล้ว ทั้งนี้ สหกรณ์ฯได้จัดสรรกำไรสุทธิของปี 2553-2556 ไว้รวม 50 ล้านบาทสำหรับเป็นทุนในการก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบเลือกบริเวณที่ตั้งของสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ซึ่งตั้งอยู่ ณ ซอย 8 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานสหกรณ์ฯแห่งใหม่”

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ตนได้เข้ามารับช่วงต่อจากนายอำพล ยุติโกมินทร์ ปลัดเทศบาลเมืองสามพราน จ.นครปฐม ประธานกรรมการดำเนินการคนก่อน เพื่อเข้ามากอบกู้วิกฤตและแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของสหกรณ์ที่สะสมมานาน รวมทั้งความเดือดร้อนของสมาชิกที่มีการเรียกร้องในปี 2561-2562 ตอนนี้ได้เร่งแก้ไขไปได้บางส่วน นับแต่ตนได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา รวม 4 เดือน ที่สำคัญๆ ได้แก่

(1) การโอนหนี้กลับไปให้ผู้กู้โดยคณะกรรมการฯชุดปัจจุบันได้มีมติเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563 แก้ไขมติของคณะกรรมการฯชุดที่ 14 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2561 ที่มีมติโอนหนี้ของผู้กู้ทั้งจำนวนไปให้ผู้ค้ำประกันรับผิดชอบแทน จนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สมาชิกสหกรณ์ฯซึ่งเป็นคนท้องถิ่นลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรมเมื่อปลายปี 2561 จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสหกรณ์แห่งนี้ ที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการดำเนินการ จากเดิมที่อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นครองตำแหน่งนี้มาตลอดตั้งแต่ก่อตั้งสหกรณ์มาเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นครั้งแรกในปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งคณะกรรมการชุดปัจจุบันซึ่งเป็นชุดที่ 16 ได้มีมติให้เรียกหนี้จากลูกหนี้ชั้นต้นหรือผู้กู้ให้ถึงที่สุดจนถึงทายาทก่อน

(2) คณะกรรมการฯชุดนี้ได้มีโครงการช่วยเหลือสมาชิกผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสCOVID-19 โดยการลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง ๐.๒๕ บาทเป็นเวลา ๓ เดือน การจัดสรรเงินให้กู้กรณีพิเศษรายละ100,000 บาท เป็นเวลา ๓ เดือน มีการพักชำระหนี้เงินต้น และให้กู้เงินปันผลหุ้นร้อยละ 80

(3) ดำเนินการสรรหาผู้จัดการมืออาชีพ โดยคณะกรรมการฯได้สรรหาและแต่งตั้งผู้จัดการมืออาชีพคนใหม่เริ่มต้นทำงานตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามคำเรียกร้องของสมาชิกเพราะที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการบ่อยมาก ทำให้การบริหารงานของสหกรณ์ไม่ต่อเนื่อง จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดหนี้สะสมจำนวนมาก

(4) การแก้ไขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)4,206 ราย โดยได้ดำเนินการให้มีการปรับกลุ่มลูกหนี้NPL จากเดิม 4,206 ราย มูลหนี้ 1,101,459,664 บาทลดเหลือเพียง956 ราย รวมมูลหนี้เพียง 244,743,553 บาท และจะดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม 2563 นี้ ซึ่งมีมาตรการต่างๆ สนับสนุน เช่น มาตรการประนอมหนี้ที่มีความยืดหยุ่นกว่าหลักเกณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน มาตรการจูงใจให้กลับเข้าเป็นสมาชิกและมาตรการสุดท้ายคือการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้กู้ และหน่วยงานต้นสังกัดของผู้กู้

(5) นอกจากนี้ มีเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการได้แก่ การปรับลดการถือเงินหุ้นรายเดือนโครงการเงินกู้พิเศษ สำหรับการเคหะและการรวมหนี้การสรรหาที่ดินเพื่อเตรียมการก่อสร้างอาคารสำนักงานสหกรณ์และที่มีมติขอที่ประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2563 นี้ก็คือ การแก้ไขสัดส่วนที่มาของคณะกรรมการดำเนินการ ซึ่งจะต้องนำจดทะเบียนต่อนายทะเบียนสหกรณ์เพื่อบังคับใช้ต่อไป

---------------------------------