นายณรงค์ เรืองศรี ผอ.สำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวถึงกรณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชุมชนตลาด 100 ปี เขตหนองจอก เพื่อแก้ปัญหาโครงการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ ที่สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนว่า โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.พร้อมทางเดินริมคลองแสนแสบ บริเวณประตูระบายน้ำหนองจอกถึงสุดเขต กทม. และคลองนครเนื่องเขต จากคลองแสนแสบถึงบริเวณคลองหลวงแพ่ง เป็นโครงการแก้ไขป้องกันปัญหาน้ำหลากและการกัดเซาะดินริมตลิ่ง เมื่อครั้งเกิดมหาอุทกภัยปี 2554 ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ 87 และมีกลุ่มผู้ยินยอมให้ความร่วมมือรื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างในที่สาธารณะออกไปแล้ว 39 ราย ปัจจุบันคงเหลือ 8 ราย ที่จำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย

ส่วนอาคารที่ได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของเขื่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนเจรจามูลค่าความเสียหาย อย่างไรก็ตาม สำนักการระบายน้ำ จะนำผลการเจรจาร่วมกับประชาชนในพื้นที่ไปพิจารณาปรับปรุงรูปแบบโครงการสร้างเขื่อนกั้นน้ำให้เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม ตลอดจนบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน

ด้านนายวุฒิภัทร คำประกอบ ผอ.เขตหนองจอก กทม. กล่าวว่า เขตหนองจอก ได้ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนทรุด ทำให้บ้านพักอาศัย ศาสนสถาน รวมถึงสถานศึกษา มีสภาพชำรุดทรุดตัว โดยจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและรับคำร้องจากผู้ดูแลอาคารทุกหลัง ขณะเดียวกันได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุเดือดร้อนได้ที่สำนักงานเขตหนองจอก ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.63 มีอาคารที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 32 หลัง ขณะนี้ได้นำข้อมูลดังกล่าวส่งให้คณะทำงานประเมินค่าเสียหายอาคาร แล้วส่วนการรื้อถอนอาคารบริเวณตลาดหนองจอก 100 ปี ที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อน ได้รับความยินยอมให้รื้อถอนและดำเนินการแล้วเสร็จ 19 หลัง และท่าเรืออีก 1 หลัง

กองทุนประกันวินาศภัย
Muang Thai Insurance