นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท เดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์ พร้อมทั้งมีแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศนั้น ทางโรงแรม รีเจ้นท์ ชะอำ หัวหิน ได้เปิดบริการนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา หลังจากหยุดมาประมาณ 3 เดือนจากสถานการณ์โควิด-19 พร้อมกันนี้ยังได้ใช้งบลงทุนอีก 30 ล้านบาทพัฒนาโซนใหม่ Family Wing ที่ดีไซน์เป็นพิเศษสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ มีสิ่งอำนวยความสะดวก และกิจกรรมนันทนาการ เพื่อดึงดูดกลุ่มครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีสัดส่วนถึง 35% ของผู้มาใช้บริการทั้งหมด

โดยการเปิดบริการครั้งใหม่นี้ ทาง โรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ หัวหิน มีความพร้อมด้านความปลอดภัยสุขอนามัย เนื่องจากได้รับการรับรอง และตราสัญลักษณ์ Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) จากโครงการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และเสริมมาตรการ Regent Clean & Care ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย กำหนดสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะ มีบริการแอลกอฮอล์ล้างมือตามจุดต่างๆ และมีการรักษาระยะห่าง เป็นต้น

โรงแรม รีเจ้นท์ ชะอำ หัวหิน

ในส่วนของ ห้องพัก มีการติดเครื่องหมายแสดงถึงการทำความสะอาดหลังแขกเช็กเอาต์ และห้องจะเปิดโดยผู้พักรายใหม่เท่านั้น รวมถึงอาหารเช้าที่จะเปิดให้บริการแบ่งเป็นรอบ เพื่อระยะห่างที่เหมาะสม ด้วยพื้นที่โรงแรมกว่า 100 ไร่ จึงทำให้ผู้มาใช้บริการรู้สึกได้ถึงความปลอดภัย สะดวกสบาย และมีความเป็นส่วนตัว ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นเป็นธรรมชาติ

ทั้งนี้ นางปิยะมาน กล่าวต่อว่า การบริหารองค์กรในยุค New Normal จะต้องปรับใช้กลยุทธ์เชิงรุก และลงลึกในเรื่องบุคลากร เช่น รายละเอียดของงานเพื่อความเข้าใจตรงกัน สร้างประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า พัฒนาทักษะความสามารถที่หลากหลายขึ้น เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างรายได้เสริม อีกทั้งยังมีการประเมินผลงานบ่อยขึ้นสร้างการตื่นตัวและพัฒนาตลอดเวลา

ห้องรีเจนซี่

“จากการที่ภาครัฐมีการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านแคมเปญเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว มั่นใจว่าจะทำให้คนไทยตัดสินใจออกมาท่องเที่ยวกันมากขึ้น และชะอำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ เป็นสถานที่อันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยว ดังนั้นคาดว่าอัตราเข้าพักปีนี้ทั้งปีของรีเจ้นท์ ชะอำ หัวหิน น่าจะอยู่ที่ 30%”นางปิยะมาน กล่าว

สำหรับโซน Family Wing ที่สร้างขึ้นมาใหม่ ประกอบด้วยห้องพัก จำนวน 74 ห้อง ดีไซน์เป็นพิเศษสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ เช่น ห้องรีเจนซี่ วิวทะเล และวิวสระว่ายน้ำที่มีขนาดห้องใหญ่กว่า 42 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่สำหรับนั่งเล่น และระเบียงส่วนตัว ห้องแฟมิลี Bunk Beds ที่ได้รับการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น มีเตียง 2 ชั้นสำหรับเด็กๆ เพื่อใช้เวลาสนุกร่วมกันกับคุณพ่อคุณแม่ในห้องเดียวกัน และห้องดีลักซ์แฟมิลี สำหรับ 4 ท่าน ประกอบด้วย 2 ห้องนอน แบ่งเป็นห้องนอนใหญ่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ และมีประตูเชื่อมถึงห้องนอนลูกๆ ได้รับการตกแต่งในธีมโจรสลัด พร้อมเตียงเรือใบเพื่อช่วยส่งเสริมจินตนาการของเด็กๆ

หอคอยน้ำตกในสระว่ายน้ำเด็ก

นอกจากนี้ยังได้เนรมิตสระว่ายน้ำและบริเวณโดยรอบ ให้กลายเป็นสวนแห่งความสุขท่ามกลางต้นไม้นานาพรรณ บรรยากาศร่มรื่น โดยมีหอคอยน้ำตก พร้อมสไลเดอร์ติดตั้งในสระน้ำเด็ก และสนามเด็กเล่นกลางแจ้ง รวมถึงพื้นที่พักผ่อน มุมกิจกรรมศิลปะส่งเสริมนันทนาการสำหรับเด็ก ร้านไอศกรีม คลาสทำพิซซาที่ร้านอาหารอิตาเลียนเปปปิน่า ออน เดอะ บีช ภายในโรงแรม

อีกทั้งยังมีเส้นทางปั่นจักรยาน รีเจ้นท์ไบค์ปาร์ก และแผนต่อยอดพัฒนาสวนออร์แกนิก ซึ่งจะมีการสร้างศูนย์การเรียนรู้อยู่ภายในและกิจกรรมเวิร์กชอปสำหรับเด็ก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Life & Learn เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ พร้อมทั้งปลูกฝังให้ใส่ใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เช่น การทำของเล่นย้อนยุคจากต้นกล้วย ศิลปะจากเมล็ดพืชและเกลือกิจกรรมระบายสีกระถางต้นไม้ กิจกรรมปั้นดินเหนียว รวมถึงกิจกรรมสาธิตการทำผ้ามัดย้อม และทริปตามหาพืชผักสวนครัว เป็นต้น เพื่อให้ครอบครัวสนุกร่วมกัน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อผู้สูงวัย เช่น ลิฟต์สำหรับผู้สูงอายุ ทางเดินของรถเข็นวีลแชร์ที่สามารถลงไปได้ถึงชายหาดริมทะเล