“นายกฯ”เผย” “ในหลวง”ทรงชมเชย ขอบคุณ “รัฐบาล-จนท.สาธารณสุข”ร่วมกันทำงานแก้ปัญหาโควิด ได้รับคำชมจากใน-นอกประเทศ ทรงมีกระแสรับสั่งความสามัคคี ให้รบ.ดูแลปชช.มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขอให้ภูมิใจ “ประวัติศาสตร์-อัตลักษณ์” ของประเทศ

วันที่ 8ก.ค.63 เมื่อเวลา12.25 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมครม.ว่า สิ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานทุนทรัพย์เพื่อจัดซื้อรถพยาบาลเคลื่อนที่ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาไว้ 1 คัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเพิ่มเติมเพื่อให้ครบเขตการให้การบริการที่สามารถเคลื่อนที่ได้เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา

นายกฯ กล่าวว่าในการเข้าเฝ้าฯเพื่อถวายข้อราชการตามช่วงระยะเวลาของรัฐบาล เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบ สิ่งที่ทรงรับสั่งลงมาเรื่องแรกคือ ทรงชมเชย ขอบคุณทั้งรัฐบาล เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข และทุกคนที่ได้ร่วมทำงานด้วยกันแก้ไขปัญหาโควิด-19 ซึ่งวันนี้ได้รับคำชื่นชมจากหน่วยงานภายนอก ต่างประเทศ เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจของประเทศไทยซึ่งพระองค์ทรงพระราชทานกำลังใจเป็นกรณีพิเศษ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องที่สอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีกระแสรับสั่งเรื่องของความรัก ความสามัคคี และรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดูแลเรื่องความเป็นธรรม ความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ พระองค์ทรงเน้นย้ำในเรื่องเหล่านี้ รวมทั้งทำให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพให้ดีที่สุด บริหารจัดการทุกอย่างให้ได้ในทุกมิติ ในส่วนปัญหาใดก็ตามที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ก็ขอให้รัฐบาลมีแผนงานโครงการลงไปดูแลให้สอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่ให้เป็นไปด้วยความเหมาะสม

“สิ่งที่ทรงให้ความสนใจเป็นพิเศษคือเรื่องของน้ำ ป่า การกักเก็บน้ำต่างๆเพื่อประชาชนที่ยังได้รับความเดือดร้อนจะได้รับการช่วยเหลือดูแล พระองค์ทรงให้ความสนพระทัยในเรื่องเหล่านี้มาก สำหรับการบริหารจัดการในด้านอื่นๆนั้น รัฐบาลก็จะทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ดีที่สุด เพื่อสนองพระราโชบายต่างๆโดยเฉพาะเรื่องของการสืบสาน รักษาและต่อยอด ต้องดำเนินการให้เหมาะสมให้ดีที่สุด” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีกระแสรับสั่งในเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย ความเป็นอัตลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งเราทุกคนควรภูมิใจในเรื่องเหล่านี้และรักษาไว้ให้ได้ เราต้องเปรียบเทียบกับต่างประเทศว่าเรามีความแตกต่างกับเขาอย่างไรในบริบทต่างๆ หลายอย่าง ซึ่งรัฐบาลก็รับสนองฯตรงนี้ เราต้องช่วยกันศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยให้ได้ เรามีการพัฒนามาตามลำดับ หลายคนยังมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ตนเข้าใจ แต่ก็ต้องนึกถึงด้วยว่าที่ผ่านมาเราได้อะไรไปแล้วบ้าง ในส่วนตรงนี้หลายคนก็ได้ไปแล้ว แต่ยังไม่พอเพราะความต้องการไม่มีวันสิ้นสุด ตนเข้าใจดีเราเองก็ต้องค่อยๆ ทยอยดำเนินการ จัดลำดับสำหรับความเร่งด่วนของแผนงานโครงการ การใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด สิ่งเรานี้ต้องไปด้วยกันให้ได้ ด้วยความรัก ความสามัคคีไปด้วยกัน เพื่อสร้างประเทศไทยให้เข้มแข็งต่อไป ต้องทำให้ประเทศไทยและประชาชนมีความสุข