นายคีธ ตัน ประธานบริหารการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (STB) กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศสิงคโปร์ดีขึ้นเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ทางรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่ยอดผู้ติดเชื้อลดต่ำลงจนสถานการณ์ทั่วไปเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ อีกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างชาติมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมาตรการผ่อนคลายในเฟส 2 นี้รวมถึงการทยอยเปิดแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยเริ่มจาก 13 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ สนามแทรมโพลีน เบานซ์ ฟลาวเวอร์ โดม ที่ การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ สวนนกจูร่ง พิพิธภัณฑ์มาดามทุสโซ่ ริเวอร์ซาฟารี สวนสัตว์สิงคโปร์สนามเล่นเกมโลกเสมือน ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และคาสิโน ที่ รีสอร์ทเวิลด์ เซ็นโตซ่าพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ศิลปะ จุดชมวิวแซนด์ส สกายพาร์ค และคาสิโนที่ มารีน่า เบย์ แซนด์ส

มาตรฐาน SG Clean

สำหรับภาคการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤติโควิด-19 ซึ่งตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นจนกลับสู่สภาวะปกติ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การสร้างความมั่นใจ ว่า นอกจากการให้บริการผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่แล้ว สถานประกอบการทุกแห่งยังต้องรักษาสุขอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมด้วย แม้อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่สิงคโปร์จะสามารถเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ชาวสิงคโปร์ ตลอดจนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศจึงสามารถสนุกกับกิจกรรมการท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล

ทั้งนี้ STB ได้เริ่มเปิดให้องค์กรธุรกิจด้านการท่องเที่ยว รวมถึงบริษัททัวร์ สามารถยื่นคำร้องเพื่อขอเปิดดำเนินกิจการตามปกติ โดยองค์กรเหล่านี้จะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดในด้านความสะอาดและความปลอดภัย ทั้งสำหรับลูกค้าและพนักงานที่ให้บริการ ตามมาตรฐานการรับรอง SG Clean ซึ่งเป็นเครื่องหมายการรับรองคุณภาพความสะอาดและสุขอนามัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาเยือนสถานประกอบการนั้น

ขณะที่ แคมเปญ SG Clean เป็นมาตรการเชิงรุกในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งนำโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (NEA) ร่วมกับหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในการผลักดันภาคส่วนต่าง ๆ ในประเทศให้ร่วมยกระดับมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัยที่ดี เพื่อสร้างค่านิยมการรักษาความสะอาดให้กลายเป็น New Normal โดยสถานประกอบการที่ต้องการได้รับเครื่องหมาย SG Clean จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานสุขอนามัยที่เหมาะสมกับความต้องการและการดำเนินงานของธุรกิจประเภทนั้น ๆ ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการ วิธีการทำความสะอาด และการดูแลสุขอนามัยทั่วไป ทั้งนี้จะต้องได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานหรือผู้ประเมินภายนอกที่ได้รับการแต่งตั้ง เมื่อผ่านการตรวจสอบทั้งหมดแล้วจึงจะได้รับมอบเครื่องหมาย SG Clean ในการนำไปติด ณ สถานประกอบการของตน

ซึ่ง นายคีธ กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มแคมเปญนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จนถึงปัจจุบัน มีสถานประกอบการมากกว่า 5,000 แห่งทั่วเกาะสิงคโปร์ได้รับเครื่องหมายรับรอง SG Clean โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีคนผ่านเข้าออกบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ปัจจุบันทางสิงคโปร์ยังผลักดันโครงการนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าว่าจะผลักดันให้สถานประกอบการอีกมากกว่า 30,000 แห่ง ให้ได้รับเครื่องหมาย SG Clean